ไร้ราก

ไม่รู้ใครเป็นเหมือนผมบ้าง

จริงๆ ผมเองก็รู้สึกแบบนี้มานานแล้ว แต่ไม่ค่อยแสดงอาการสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะไม่ค่อยคิดเรื่องนี้จริงจัง

ผมเป็นคนย้ายที่บ่อย ที่ละประมาณ 3-5 ปี เกิดสตูล ไปเรียนมัธยมอยู่หาดใหญ่ 6 ปี อยู่กทม. 5 ปี เคแอล, มาเลเซียอีก 3 ปี และตอนนี้เพิ่งมาปัตตานี ไม่รู้ว่าจะชั่วคราวหรือระยะยาว หรือจะย้ายไปที่อื่นอีก

การได้ไปอยู่ในที่ต่างๆ มีข้อดีอยู่ไม่ใช่น้อย ได้พบเจอสังคมใหม่ๆ มีมิตรสหายมากมาย เรียนรู้ประสบการณ์ในต่างที่ต่างแดน ถือเป็นกำไรของชีวิต

แต่กระนั้น ตะกอนบางอย่างก็สะสมอยู่ตรงก้นหัวใจเสมอๆ

หากเปรียบชีวิตดั่งต้นไม้ การขุดย้ายต้นไม้ไปปลูกที่อื่นๆ บ่อยๆ ตรงโน้นทีตรงนี้ที ก็อาจทำให้รากต้นไม้ต้นนั้นไม่แข็งแรง หยั่งรากได้ไม่ึลึกก็โดนถอน นานเข้าๆ ก็ทำให้ต้นไม้ไม่โตหรือมีโรคภัยได้

ชีวิตก็เช่นกัน ย้ายไปมาหลายๆ ที่ก็ทำให้กลายเป็นคนไร้รากไปได้ ด้วยความที่ไม่รู้ว่าที่ของตนคือที่ใดกันแน่

ผมว่า การที่หัวใจได้รับรู้ว่าที่ใดคือบ้าน ตรงไหนคือที่ของเรา ใครคือคนของเรา ญามาอะฮฺไหนคือญามาอะฮฺของเรา ผู้คนและสถานที่เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เรามีราก มีที่ทาง มีback up มีพวก มันทำให้การใช้ชีวิตของเราไม่เหงาและโดดเดี๋ยวเกินไปนัก เพราะอย่างน้อยๆ ก็อุ่นใจได้ว่า มีบ้านให้พักพิง และคนที่นั่นให้รัก และมีกลุ่มคนที่ช่วยเหลือเราเสมอๆ

ถามว่าผมไม่มีบ้านหรือ? มีครับ มีบ้าน มีบุพการีที่รักและห่วงใย แต่ที่ผมหาไม่เจอคือกลุ่มเพื่อนแท้ คนสนิท คู่ชีวิต

ผมมีมิตรสหายมากมาย แต่หาคนที่สนิทชิดใกล้แบบที่คุยได้ทุกเรื่อง ปรึกษาได้หมด ตักเตือนในความอดทนและความดีจริงๆ ไม่ได้ มันเป็นตะกอนที่สุมอยู่ในใจนานแล้ว จนตอนนี้รู้สึกว่ามันพอกเยอะเหลือเกิน

การเห็นกลุ่มคนที่รักกัน กลมเกลียว รู้ใจกัน ทำให้ผมอิจฉาและสงสารตัวเองทุกครั้งไป การหาคนรู้ใจ เพื่อนแท้สักคน ทำไมมักยากนักนะ

ให้ตายสิ นี่ไม่รู้จะพูดกับใคร จนถึงต้องมาบ่นให้คอมพิวเตอร์ฟังเลยเหรอเนี่ย

ท่าจะเป็นเอามาก

6 คิดบน “ไร้ราก

  1. บ้านคือสิ่งจำเป็นรึปล่าว?
    นักวิชาการหลายท่าน บอกว่า ปล่าว
    ดังนั้นชีวิตอิสระ มันก็ดีอยู่แล้ว คำที่ไหนก็นอนที่นั่น

    บางครั้งการที่ต้นไม้ย้ายรากไปในที่ต่างๆอาจเพิ่มความแข็งแรงได้เช่นกัน
    เนื่องจากสภาพรสชาติอาหารในดินที่แตกต่างกัน
    บางที่อาจมีอินทรีย์สารมาก บางที่อาจมีแร่ธาตุมาก
    แม้เพียงต้นเดียวแต่สามารถรับสารอาหารได้หลายชนิด
    ก็ทำให้มี รากลึก ได้เช่นกัน

    เพียงแต่ในแต่ละครั้งที่หยั่งรากลงดินผืนใหม่
    ต้องดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นอย่างขยันและอดทน
    เพียงเท่านั้นเอง

  2. …”ผมว่า การที่หัวใจได้รับรู้ว่าที่ใดคือบ้าน ตรงไหนคือที่ของเรา ใครคือคนของเรา ญามาอะฮฺไหนคือญามาอะฮฺของเรา ผู้คนและสถานที่เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เรามีราก มีที่ทาง มีback up มีพวก มันทำให้การใช้ชีวิตของเราไม่เหงาและโดดเดี๋ยวเกินไปนัก เพราะอย่างน้อยๆ ก็อุ่นใจได้ว่า มีบ้านให้พักพิง และคนที่นั่นให้รัก และมีกลุ่มคนที่ช่วยเหลือเราเสมอๆ”…

    บรรยายเห็นภาพเธอจริงๆ😛 …เหมือนคนสตูลอีกคนที่พึ่งกลับไปจากยูไอเอ แต่ไม่มีเพื่อนสนิทจากคนในหมู่บ้านเีดียวกัน เพราะตัวเค้าไปอยู่ที่อื่นมานาน หุหุ

    เห็นด้วยกะข้อความที่พี่โควทข้างบน อัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ เพราะเป็นคนมีบ้าน(พนง.เฝ้าบ้านจนอายุยี่ห้า) …เราจะรู้สึกว่ามีแบ็คอัพ มีคนที่หมู่บ้านให้รัก และเค้าจะยินดีกะข่าวดีของเราเสมอ

    แต่สำหรับเธอ อัลลอฮคงสร้างมา ใ้ห้คู่กะคนมีบ้าน(แบบรากลึก) ขืนรากลึกทั้งสองคน กว่าจะแต่งงานได้ ต้องมาเถียงกันว่าจะอยู่ที่ไหนหลังแต่ง

    เอาเป็นว่าแต่งงานแล้วปักรากลึกที่บ้านสาวก็ดีนะ หุหุ

  3. ผมมีมิตรสหายมากมาย แต่หาคนที่สนิทชิดใกล้แบบที่คุยได้ทุกเรื่อง ปรึกษาได้หมด ตักเตือนในความอดทนและความดีจริงๆ ไม่ได้ มันเป็นตะกอนที่สุมอยู่ในใจนานแล้ว จนตอนนี้รู้สึกว่ามันพอกเยอะเหลือเกิน

    อารมณ์เดียวกันเลย ณ ตอนนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s