azan20:ฉากหลังของโลโก้โอลิมปิก ลอนดอน 2012

โอลิมปิกที่จีนเป็นเจ้าภาพปิดฉากลงไปเมื่อปีที่แล้ว 2008 และครั้งต่อไปจะจัดขึ้นอีกครั้งที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี 2012 มีชื่อเป็นทางการว่า The 2012 Summer Olympic Games หรืออีกชื่อคือ the Games of the XXX Olympiad

สิ่งที่มักจะเป็นไฮไลท์ของกีฬาโอลิมปิกทุกครั้ง นอกจากพิธีเปิดอันอลังการแล้ว โลโก้-สัญลักษณ์ของการจัดงานแต่ละครั้งก็เป็นจุดขายสำคัญด้วย โอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอนครั้งนี้ก็เช่นกัน

Logo ของโอลิมปิกครั้งที่จะถึงนี้ถูกเปิดเผยเมื่อเดือนมุถินายน ปี 2007 ทันทีที่เจ้าโลโก้ตัวนี้ออกสู่สายตาผู้คน การตอบสนองกลับเป็นในทางลบมากกว่าแง่บวก เสียงก่นด่าต่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากลดังมาจากทุกทิศ คงด้วยเพราะเหตุผลสองข้อ หนึ่งก็คือหน้าตามันตลกและดูไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย สองก็คือ ราคามันแพงแสนแพงเกินกว่าที่จะถูกจ่ายด้วยเงินภาษีของชาวอังกฤษซึ่งมากถึง 400,000 ปอนด์ หรือเทียบเป็นเงินไทยก็ประมาณ 21,869,129 บาท

ทางผู้จัดงานอธิบายความหมายของโลโก้ตัวนี้ว่า ต้องการสื่อถึง ความทะเยอทะยาน, การปฏิสัมพันธ์, และมิตรภาพของคนรุ่นใหม่ แต่ผู้คนกลับไม่เห็นเป็นเช่นนั้น

BBC ได้ทำการรวบรวมความเห็นของผู้คนเกี่ยวกับโลโก้ตัวนี้พบว่า มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของชาวอังกฤษไม่ชอบหน้าตาของโลโก้ที่ประเทศตนเป็นเจ้าภาพนี้เลยและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่เอาเงินภาษีของตนไปจ่ายให้กับโลโก้อันดูไม่ได้นี้
Paul Judd ::: ชาวอังกฤษคนหนึ่งกล่าวว่า “ผมรู้สึกประหลาดใจและรับไม่ได้กับการไร้ซึ่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์บนโลโก้ตัวนี้ พวกนักออกแบบพวกนี้ทำราวกับว่ากำลังกินอาหารไทยอยู่ในห้องอย่างเอร็ดอร่อยแต่ไม่ออกมาสื่อสารให้คนทั่วไปได้เข้าใจเลย ถ้าผมเป็นอาจารย์ที่ให้คะแนนหน่ะ ผมจะกล่าวว่า ‘มันเป็นงานที่แย่มากๆ มาพบครูหลังเลิกเรียน’”
Mary Aisbitt ::: “ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างมาก คนที่ออกแบบโลโก้ตัวนี้ต้องคืนเงินที่พวกเขารับไป ดิฉันรู้สึกโกรธมากเหมือนกับหลายๆคน โลโก้ตัวนี้สมควรจะออกแบบและเลือกโดยสาธารณชน  400,000 ปอนด์ควรถูกจ่ายไปโดยวิธีการที่เหมาะสมกว่านี้”

แม้ผู้คนจะกดดันสารพัด แต่ทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากลก็มิได้นำพา คณะกรรมการยังยืนยันจะคงลักษณะอันแปลกประหลาดนี้ต่อไป โดยไม่ปรับแต่งเลยแม้แต่น้อย จึงเป็นสิ่งที่น่าสงสัยว่าทำไมโลโก้ตัวนี้จึงสำคัญนักหนา
มีคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายในอินเตอร์เน็ตถึงเบื้องหลังของโลโก้ตัวนี้ บ้างก็ว่าเป็นเครื่องหมายสวัสดิกะ บ้างว่าเป็นรูปนักวิ่ง? แม้กระทั่งรูปการ์ตูนตลกๆ Lisa Simpson ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นคำอธิบายที่ตลกขบขันเสียมากกว่า
ในทีแรกที่มองดูสัญลักษณ์นี้ เราคงเห็นตัวเลข 2012 ตัวสีชมพูขอบเหลืองที่ถูกนำมาจัดวางใหม่ แต่สิ่งที่น่าสงสัยก็คือ แล้วเจ้าจุดที่อยู่ตรงกลางหมายถึงอะไร?
และเมื่อเราลองนำสัญลักษณ์ทั้งหลายในโลโก้มาเรียงกันใหม่ เราก็จะพบเจ้านี่

หรือโอลิมปิกที่ลอนดอน 2012 จะเป็นหนึ่งในกระบวนการของลัทธิ Zionist?

เราลองเปิดวงเล็บดูไปทีละเรื่อง

(ผู้ออกแบบ)
บริษัทออกแบบงานชิ้นนี้คือ  Wolff Ollins เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย Michael Wolff และ Wally Olins สองนักดีไซเนอร์ชื่อดังที่ออกแบบโลโก้ของบริษัทดังๆ มาแล้วหลายแห่ง
Wally Olins เกิดเมื่อ19 ธันวาคม ค.ศ.1930 บิดาชื่อ Alfred Olins มารดาชื่อ Rachel Muskowicz ทั้งสองเกิดที่ลอนดอน ในปี 1896 ในครอบครัวผู้อพยพชาวยิวที่หนีภัยมาจากยุโรปตะวันออกระหว่างทศวรรษที่ 1880 และ 90 พ่อของเขาเป็นลูกคนที่สองของครอบครัวใหญ่ที่ทำธุรกิจการขนส่งที่ภายหลังประสบความสำเร็จ พ่อได้ชักชวนเขาให้เป็นหนึ่งใน ฟรีเมสัน องค์กรลับของชาวยิว ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้เราเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่งานของเขาจะซ่อน ‘ดวงตารู้แจ้ง’ และสัญลักษณ์เกี่ยวกับศาสตร์ลี้ลับไว้ด้วย
ข้อสรุปในวงเล็บแรกก็คือ ชายผู้อยู่เบื้องหลังบริษัทที่รับออกแบบโลโก้โอลิมปิก 2012 ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับ ฟรีเมสัน ท่านคิดหรือว่าโลโก้ตัวนี้ไม่มีอะไรแอบแฝงหรือ

(วงแหวนโอลิมปิก)

วงแหวนห้าวงซ้อนกันที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั้น ถูกให้ความหมายว่าเป็นการร่วมมือร่วมใจกันของทวีปหลักทั้ง 5 ของโลก คือ ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชีย และทวีปออสเตรเลีย แต่ก็มีคนให้ความหมายว่า แท้จริงแล้ววงแหวนโอลิมปิกนี้มีความเกี่ยวพันกับความเชื่อลึกลับ เกี่ยวกับการสิ้นสุดของรอบวงปีและการเกิดใหม่ของรอบวงปี โดย 21 ธันวาคม 2012 เวลา 11.11am UST เป็นจุดสิ้นสุดรอบวงปีของปฏิทินชาวมายาด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่น่าคิดว่า โอลิมปิก ลอนดอน 2012 คราวนี้มีความเกี่ยวพันกับลัทธิหรือความเชื่อโบราณหรือไม่
โลโก้ตัวนี้ถูกออกแบบโดย Baron Pierre de Coubertin ผู้ก่อตั้งกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ (คือโอลิมปิกเคยจัดมานานแล้วโดยอารยธรรมกรีกโบราณ แต่ถูกรื้อฟื้นมาโดยคนคนนี้) และบารอนคนนี้ก็เป็นหนึ่งในฟรีเมสันฝรั่งเศส

(One government under one religion)
One World One Dream ถูกใช้เป็นสโลแกนของโอลิมปิกปักกิ่ง 2008 มีความคล้ายคลึงกับสโลแกนของ ระเบียบโลกใหม่ (One government under one religion)
การนำเหล่าประเทศทั้งหลายมาชุมนุมกันภายใต้ชื่อ กีฬาโอลิมปิก และนำไฟมาเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันทุกครั้ง ราวกับว่าเป็นการนำเหล่าประเทศทั้งหลายมารวมตัวอยู่ภายใต้รัฐบาลเดียวกัน และบูชาศาสนาเดียวกัน
การผูกโยงเข้าสู่การบูชาดวงอาทิตย์ เป็นเป้าหมายของเหล่ากลุ่มลึกลับที่อยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์โลกหลายต่อหลายครั้ง การปรุงแต่งให้คริสต์ศาสนาเชื่อว่าเยซูเป็นบุตรของพระเจ้า ก็เป็นหนึ่งในการโยงผู้ศรัทธาในพระเจ้ากลุ่มหนึ่งให้ทำชิริกโดยไม่รู้ตัว

เบื้องหลังเบื้องลึกของลัทธิฟรีเมสันและกลุ่มชาวยิวบางกลุ่ม ที่เชื่อในไสยศาสตร์และบูชาซาตาน มีความเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ต่างๆ ในโลกมากมาย ในอดีตพวกเขาดำเนินงานกันอย่างลับๆ โดยบุคคลทั่วไปมิอาจล่วงรู้ถึงแผนการของพวกเขา อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่สามารถซ่อนเร้นอุดมการณ์อันพิลึกพิลั่นเอาไว้ได้ เพราะมันสื่อให้ชาวโลกได้รู้ผ่านทางสัญลักษณ์ สโลแกน และกิจกรรมบางอย่าง
แต่คราวนี้ พวกกลุ่มเหล่านี้กลับประกาศตัวโจ่งแจ้ง ไม่เกรงกลัวอำนาจของกลุ่มใดอีกแล้ว สัญลักษณ์ของโลโก้โอลิมปิกคราวนี้จึงถูกสื่อออกมาตรงๆ อย่างไม่ซ่อนเร้น ว่า ผู้อยู่ฉากหลังกีฬาโอลิมปิกคือ Zionist ผู้ที่กำลังจะออกมาหน้าฉาก พวกเขาไม่เกรงกลัวใครอีกแล้ว
ปี 2012 นี้ จึงเป็นที่น่าจับตาว่า พวกเขากำลังจะทำอะไร ในขณะที่พวกเรามุสลิมส่งทีมเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและเชียร์ทีมโปรดอย่างเอาเป็นเอาตาย

————————-

ตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์อะซาน ฉบับที่ 20

2 คิดบน “azan20:ฉากหลังของโลโก้โอลิมปิก ลอนดอน 2012

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s