azan09:มูฮัมหมัดยูนุส กับสิ่งที่อยู่ในวงเล็บ

ปัญหาความยากจน เป็นหนึ่งในปัญหาที่โลกเผชิญและหาหนทางในการเยียวยามาโดยตลอด มูฮัมหมัดยูนุส นักเศรษฐศาสตร์มุสลิมเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมปี 2549 นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวผ่านธนาคารกรามีน ธนาคารที่ให้คนจนผู้มีรายได้น้อยและไม่มีหลักค้ำประกันใดๆ สามารถกู้ยืมได้ นับเป็นการตีแสกหน้าแนวคิดการธนาคารอย่างจัง เพราะธนาคารโดยทั่วไปจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางทางการเงิน (Financial intermediary) เพียงอย่างเดียว หากธนาคารปล่อยกู้ให้คนกลุ่มนี้มากๆ เข้า อาจเสี่ยงต่อการที่ธนาคารจะล้มได้ เพราะธนาคารจะมองคนจนเหล่านี้อยู่กลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง ไม่มีความน่าเชื่อถือ ไม่มีหลักประกันในการชำระหนี้ ไม่มีเงินเก็บ ส่วนใหญ่กู้ไปเพื่อบริโภคไม่ก่อให้เกิดผลกำไร และไม่มีทักษะ นั่นคือเพราะธนาคารไม่ได้เป็นสถาบันที่สร้างมาเพื่อการกุศลหรือสงเคราะห์คนมีรายได้น้อย แต่เป็นสถาบันที่มุ่งเน้นการหมุนวนของเงินทุนและการหากำไร

อย่างที่ทราบกัน บังคลาเทศ เป็นประเทศที่มีประชากรอาศัยอยู่กันหนาแน่นมาก จัดเป็นหนึ่งในประเทศที่ค่อนข้างยากจน มีการเหลื่อมล้ำของรายได้ค่อนข้างสูง มูฮัมหมัดยูนุสผู้นี้มองว่าสาเหตุที่คนจนยังคงจนอยู่นั้น เนื่องมาจากพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ธนาคารกรามีนจึงถือกำเนิดขึ้นโดยยึดประเด็นนี้เป็นหลัก โดยผนวกหน้าที่สองอย่างเข้าด้วยกัน นั่นคือเป็นทั้งตัวกลางทางสังคม (Social intermediary) และตัวกลางทางการเงิน (Financial intermediary) ในบทบาทแรกธนาคารจะให้ผู้ที่ต้องการกู้จับกลุ่มกัน (ธนาคารกรามีนกำหนดไว้ 5 คน) หลังจากนั้นธนาคารจะเล่นบทบาทตัวกลางทางสังคมเข้าไปพัฒนากลุ่มผู้กู้โดย พัฒนาทุนทางสังคม (social capital) สร้างระบบการการันตีกันเองภายในสมาชิกกลุ่ม (Peer Guarantee) และการตรวจสอบกันเองภายในกลุ่ม (Peer Monitoring) ต่อมาจะเป็นเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่ม (Building Self-Reliant Groups) โดยการพัฒนาทักษะและความไว้วางใจ พัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ พัฒนาทักษะในด้านการบริหารจัดการทางการเงิน ในส่วนนี้เป็นแนวคิดที่เข้ามาป้องกันปัญหา moral hazard และ adverse selection ที่จะพบเจอในหมู่ลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง

ในหน้าที่ส่วนของตัวกลางทางการเงิน (Financial intermediary) คือการให้บริการทางการเงิน ทั้งการให้สินเชื่อ การฝากเงิน การประกัน การชำระหนี้ เหมือนที่ธนาคารทั่วไปทำกัน

(ในวงเล็บ)
(มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมมูฮัมหมัดยูนุสจึงได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไม่ใช่สาขาเศรษฐศาสตร์? )

โดยปกติแล้วโนเบลสาขาสันติภาพจะมอบให้กับผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์สันติภาพ การยุติสงคราม การประนีประนอมข้อขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศหรือระหว่างเผ่าพันธุ์เสียมากกว่า แต่ระยะหลังความหมายของสันติภาพกลับขยายเป็นถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน จึงมีบางคนกล่าวว่าการให้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแก่ยูนุสและธนาคารกรามีนคงมีเหตุผลทางการเมืองหนุนหลัง (แนวคิดของมูฮัมหมัดยูนุสค่อนข้างไปทางกลุ่ม modern muslim)เพราะสิ่งที่มูฮัมหมัดยูนุสทำ คือการประนีประนอมกับระบบดอกเบี้ย การทำให้คนจนสามารถเชื่อมต่อกับระบบทุนนิยมได้ เป็นการขยายพรมแดนของทุนนิยมสู่ขอบเขตที่ยังไม่มีใครทำ สิ่งที่ยูนุสทำคือการแก้ไขปัญหาความยากจนในกรอบของทุนนิยม ซึ่งทั้งที่จริงแล้วตัวระบบของมันนั่นเองที่ก่อให้เกิดความยากจน ความเลื่อมล้ำของรายได้ สิ่งที่ยูนุสทำจึงไม่ใช่การแก้ไขปัญหาความยากจนแต่เป็นการต่อลมหายใจของคนจนด้วยระบบทุนนิยมเสรีนั่นเอง

(สินเชื่อรายย่อย microcredit เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างแท้จริงหรือไม่?)

สิ่งที่ยูนุสนำเสนอไม่ใช่แนวทางการขจัดความยากจนที่แท้จริง microcredit ทำเพียงลดหรือประคับประคองปัญหาความยากจนไว้ การให้สินเชื่อแก่คนจนเป็นเพียงการช่วยให้คนจนมีเงินหมุนในมือเพิ่มขึ้นในการประกอบอาชีพเล็กๆ น้อยๆ ดังที ด็อกเตอร์ Sudhirendar Sharma กล่าวว่า การให้สินเชื่อรายย่อยเพียงแค่ปรับปรุงกระแสเงินแต่ไม่ได้เพิ่มความมั่งคั่ง (Microcredit improves cash flow but does not create wealth) ซึ่งต้นตอของปัญหาความยากจนจริงๆ อยู่ที่การที่คนจนไม่ได้เป็นเจ้าของและผู้ควบคุมปัจจัยการผลิตทั้งเรื่องสิทธิการถือครองที่ดิน เครื่องมือเครื่องจักรต่างๆ ยานพาหนะ ฯลฯ ซึ่งจำต้องอาศัยการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองเศรษฐกิจอย่างขนานใหญ่

ผู้กู้ส่วนน้อยเท่านั้นกู้ไปเพื่อลงทุน เพิ่มผลผลิต ส่วนใหญ่กู้ไปเพื่อใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเล็กๆ น้อยๆ และบริโภค ตัวยูนุสเองก็ยอมรับว่า โครงการสินเชื่อรายย่อยไม่สามารถแก้ไขปัญหาสังคมได้ทุกปัญหา แต่อย่างน้อยก็พอช่วยคนบางคนไม่ให้ตกเหวได้

ในมุมมองของอิสลามแล้ว ท่านนบีมูฮัมหมัดสอนให้เราหลีกหนีวงจรหนี้ สอนให้เรากล่าวดุอาอฺเสมอๆ ว่าให้พ้นจากการเป็นหนี้ แต่ธนาคารกรามีนกลับทำตรงกันข้าม ไม่เพียงแต่นำคนจนสู่วังวนของหนี้แล้วยังนำระบบดอกเบี้ยมาใช้อีกด้วย

(ดอกเบี้ยที่ธนาคารกรามีนเรียกเก็บไม่ใช่ริบาอฺ เพราะไม่ใช่การขูดรีดเอาเปรียบ?)

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารกรามีน อยู่ที่ 20% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก ที่จริงก็ไม่แปลกเพราะหากผู้กู้มีความเสี่ยงสูง ธนาคารโดยทั่วไปก็จะเรียกอัตราดอกเบี้ยที่สูงอยู่แล้ว ทั้งๆ ที่เป้าหมายของการให้กู้คือการช่วยเหลือคนจน แต่อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บกลับสูงจนเกินควร

มูฮัมหมัดยูนุสอ้างว่า สาเหตุที่ศาสนาอิสลามห้ามดอกเบี้ยก็เพื่อปกป้องประชาชนจากการเอาเปรียบของนายทุนเงินกู้ (exploitation) แต่กรณีของธนาคารกรามีน สมาชิกผู้กู้มีส่วนเป็นเจ้าของธนาคารด้วย (คือเมื่อผู้กู้มีพฤติกรรมการใช้หนี้ที่ดี ธนาคารจะมอบหุ้นของธนาคารให้) ดอกเบี้ยเงินที่สมาชิกผู้กู้จ่ายให้กับธนาคารในที่สุดก็ย้อนกลับมาเป็นเงินปันผลให้สมาชิก จึงไม่ถือเป็นการเอาเปรียบ

นี่เป็นความเข้าใจที่ผิดในเรื่องการห้ามดอกเบี้ยในอิสลาม การเอาเปรียบอาจเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลเบื้องหลังในการห้ามดอกเบี้ย (hikmah) แต่ไม่ใช่สาเหตุของการห้ามดอกเบี้ยที่อัลลอฮฺได้สั่งห้ามแก่มนุษย์

เราสามารถเปรียบเทียบกับการห้ามรับประทานเนื้อหมู หากเราบอกว่าเหตุผลของการห้ามรับประทานเนื้อหมูเป็นเพราะเนื้อหมูสกปรก มีเชื้อโรค แต่เราก็ไม่สามารถบอกว่าเนื้อหมูเป็นที่อนุมัติเพียงเพราะมีการเลี้ยงหมูอย่างสะอาดและปลอดจากเชื้อโรค เช่นเดียวกันกับการที่เราไม่สามารถบอกว่าดอกเบี้ยที่ไม่มีการขูดรีดเอาเปรียบ ไม่เป็นที่ต้องห้ามอีกต่อไป เพียงเพราะดอกเบี้ยที่เรียกเก็บไม่มีการขูดรีดเอาเปรียบ

ข้อสั่งห้ามในศาสนาเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่สามารถยกเลิกเพียงเพราะมนุษย์คิดเอาเองว่ามันไม่มีเหตุผลเบื้องหลังอันนั้นแล้ว

(ธนาคารกรามีนให้ความสำคัญจนเกินควรกับผู้กู้ที่เป็นผู้หญิง อันอาจจะนำไปสู่ปัญหาสังคมได้?)

เราจะพบว่ากลุ่มสมาชิกผู้กู้ของธนาคารกรามีนเป็นผู้หญิงถึง 97% เนื่องจากมูฮัมหมัดยูนุสมองว่าผู้หญิงมีความละเอียดและดูแลการใช้จ่ายเงินไปในการดูแลครอบครัวดีกว่าผู้ชาย เขาเลยมุ่งให้กู้แก้ผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงพนักงานส่วนใหญ่ของธนาคารก็เป็นผู้หญิง

แต่เราจะหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงปัญหาอันจะเกิดตามมาไม่ได้ นั่นคือปัญหาการหย่าร้างที่อาจจะสูงขึ้น อันเนื่องมาจากให้อำนาจแก่ผู้หญิง (women empowerment) ให้มีความเท่าเทียมกับผู้ชาย การเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงในบทบาทหน้าที่ที่ขัดต่อจารีตและหลีกการศาสนา

[ตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์อะซาน ฉบับที่9]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s