Sailing ship 1

 

Sailing ship

By Fisherman friend

ส่งประกวดงานชื่อยาวๆ ครั้งที่2 ของบังดาวุด


 

 

ณ เมืองท่าเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีเรือมากมายเข้ามาแวะพัก และออกแล่นไปในท้องทะเลเป็นประจำ โดยเฉพาะยามเช้าและยามเย็น ที่เรือประมงจะทยอยนำปลาและสัตว์ทะเลสดๆ กลับเข้ามา ตอนนั้นท่าเรือจะคึกคักเป็นพิเศษ ณ เวลาเดียวกันนั้น แต่อีกสถานที่หนึ่ง เด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งริมหน้าผาทอดสายตามองจุดที่แผ่นฟ้ากับผืนน้ำบรรจบกัน เส้นขอบฟ้า ใช่แล้ว สายตาของเขาจ้องมองมันอย่างเงียบเหงา ทั้งที่ท่าเรือพลุกพล่านไปด้วยผู้คน

ว่ากันว่า เป็นความใฝ่ฝันของชายหนุ่มชาวเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ที่สักวันหนึ่งจะต้องนำลูกเรือ (ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหญิงสาว) ออกเดินทางแล่นเรือไปหาขุมทรัพย์ ยังเส้นขอบฟ้าอันแสนไกล เด็กหนุ่มผู้นี้ก็หวังไว้ลึกๆ ว่าสักวันหนึ่งเขาก็จะทำอย่างเดียวกัน เช่นเดียวกับพี่ชายคนเดียวของเขา

ใช่แล้วครับ พี่ชายของเขาแล่นเรือออกไปกับลูกเรือคนหนึ่ง กับเรือลำเล็กๆ ลำหนึ่ง ก่อนไปพี่ชายของเขาหันมาบอกกับเขาว่า วันนึงถ้าเอ็งจะออกเรือไปในทะเล ให้เตรียมเรือให้พร้อม ตั้งเป้าหมายให้ดี ถ้าหาลูกเรือได้ ก็รีบๆ หา มันจะทำให้การเดินทางมั่นคง เลือกลูกเรือดีดีนะ

หลังจากวันที่พี่ชายออกเรือไปแล้ว เขาก็ขึ้นมานั่งอยู่ตรงนี้ทุกวัน เฝ้ามองผู้คนที่ผ่านเข้าออกท่าเรือ บางคนมากับเรือลำใหญ่ แวะเติมเสบียง ซ่อมแซมเรือ เรือบางลำเดินทางมาไกล บางคนก็แวะพักอยู่นานไม่ยอมออกเดินทางต่อ สร้างครอบครัว ปักหลักอยู่ ณ เมืองนี้ แต่นั่นไม่ใช่ชาวเมือง เพราะชาวเมืองนี้จะไม่ละทิ้งความฝัน ไม่ละทิ้งการเดินทาง แม้ว่าจะยาวนานแค่ไหนก็ตาม

เขาก็เช่นกัน แต่ตอนนี้เขาอยากจะออกเดินทาง เพียงเพราะลูกเรือคนหนึ่ง

จะเรียกว่าลูกเรือก็ไม่ค่อยถูกนัก เพราะเด็กหนุ่มยังไม่มีเรือ เขาเพียงพบเจอคนที่เขาอยากให้ขึ้นเรือไปกับเขาด้วย ร่วมเดินทางไปด้วยกัน เขาเริ่มคิดไปไกล เริ่มหวังว่าเธอจะเป็นลูกเรือที่ดี เป็นกำลังใจ และเข้าใจเขา ใช่ครับ เธอเป็นเด็กผู้หญิง เป็นลูกสาวคนสุดท้องของพ่อค้าในเมือง เขาคิดว่าหากได้เธอเป็นลูกเรือ เขาจะหาเรือลำใหญ่ๆ ที่มีใบเรือสีขาว และ ก่อนที่ความ(เพ้อ)ฝันจะใหญ่โต ความกังวลที่เปรียบเสมือนอีกด้านหนึ่งของเหรียญแห่งความหวัง โผล่ขึ้นมาในใจของเขาทันที

ลูกเรือดีดี ใครก็อยากได้ เขาคิด หนุ่มน้อยของเราเริ่มกังวล เขาต้องทำอะไรสักอย่างก่อนจะเสียเธอไปให้กับชายหนุ่มช่างฝันคนอื่น แต่จะทำอย่างไรล่ะ เขายังไม่มีเรือเลย จะไปขอให้เธอมาเป็นลูกเรือเลยก็ยังไม่ได้ เพราะชีวิตของชาวเมืองท่า ชาวทะเล ล้วนไม่แน่นอน การไปฝากความหวังให้ใครเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม เขาจึงตัดสินใจลงไปยังท่าเรือข้างล่างเพื่อหาใครสักคนตอบคำถามนี้

ท่าเรือเวลานี้เปรียบเสมือนตลาดชื้อขายสินค้า เสียงต่อรองดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ มีผู้คนมากหน้าหลายตามาหาซื้อสัตว์ทะเลสดๆ บ้างไปขายต่อ บ้างเอาไปปรุงอาหารเช้า มีจำนวนนั้นมีชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งนำเรือเข้าเทียบท่า แล้วขึ้นมาหาอะไรบางอย่างจากท่าเรือแห่งนี้

เด็กหนุ่มของเราเห็นชายแปลกหน้าคนนั้นเข้าก็แปลกใจ ไม่ใช่เพราะเขาหน้าแปลกแต่เพราะเขาไม่มีลูกเรือเลยสักคน จึงเดินเข้าไปทักทายและสอบถามเรื่องราวต่างๆ และถามขึ้นว่า ทำไม เอ็งออกเรือมาคนเดียว ไม่เห็นมีลูกเรือตามมาสักคนเลย ชายแปลกหน้าคงคิดในใจว่า ไอหมอนี่ก็หน้าแปลกไม่แพ้ตน ก่อนที่จะตอบไปว่า ไม่เห็นเป็นไรเลย ข้าออกเรือมาตั้งนานแล้ว ใช่ ลูกเรือสำคัญมาก แต่ก็ใช่ว่าจะต้องหาจากจุดเริ่มของการเดินทางไม่ บางทีข้าอาจจะพบเธอในระหว่างทาง ในเมืองใดเมืองหนึ่งในบรรดาเมืองที่ข้าแวะพักก็ได้ ใครจะรู้ ไผซิไปฮู้ชายหนุ่มของเราอ้าปากค้างพลางพยักหน้างึกๆ พลางคิดในใจ ไอหมอนี่คงมองหาร้านข้าวเหนียวส้มตำต่อแน่ๆ หลังจากขอบใจแล้วก็ชี้ทางบอกร้านส้มตำรสเด็ดในเมืองให้ชายแปลกหน้าคนนั้น

ท้องฟ้ายามเย็นทอแสงสีแสดเต็มท้องฟ้าฝั่งตะวันตก ดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตกำลังลับหายไปที่เส้นขอบฟ้า ใช่เส้นขอบฟ้าที่ชายหลายคนแล่นเรือลับหายไป ลำแล้วลำเล่า

เขาเหม่อมองไปสุดสายตา ยังจุดเดิม จุดที่ปลายผืนฟ้าตัดกับแผ่นน้ำ จุดที่ดวงอาทิตย์สีแดงลับหายไป พร้อมกับการผุดขึ้นมาของเสียงพี่ชายของเขา ถ้าหาลูกเรือได้ ก็รีบๆ หา มันจะทำให้การเดินทางมั่นคง เลือกลูกเรือดีดีนะ ความมืดค่อยๆ ปกคลุมผืนฟ้าราวกับทอห่มเมืองท่าเล็กๆ นี้ไว้ พร้อมๆ กับเส้นขอบฟ้าที่เริ่มจางหายไป ทำไมล่ะ ทำไมจะต้องหาลูกเรือก่อน แล้วทำไมต้องเอามาเป็นเงื่อนไขในการเริ่มการเดินทางด้วย เขาคิดเถียงกับคำพูดของพี่ชายในหัว

เขายิ้มกับตัวเอง ราวกับเถียงชนะพี่ชาย แล้วพูดว่า ลูกเรือ จำเป็นต่อการเดินทาง แต่ไม่ใช่เป้าหมาย เราออกเรือโดยไม่ต้องมีลูกเรือก่อนก็ได้ บางทีลูกเรือของเราคงกำลังรอเราอยู่ที่ใดที่หนึ่ง หรือไม่ก็รออยู่ที่เป้าหมายแล้วก็ได้

สิ่งรอบข้างจำเป็นต่อการเดินทาง แต่ไม่อาจหันเหเป้าหมายได้ เขายิ้มอีกครั้ง เห็นเพียงฟันสีขาวชัดเจน

เรื่องราวต่อไปเป็นอย่างไรต่อ ผมไม่อาจทราบได้ เพราะหลังจากผมจับปลากลับมาตอนเย็นวันนั้น เขาก็ออกเรือไปแล้ว แต่เป็นที่เล่าลือกันไปทั่วเมืองเล็กๆ นี้ว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งหาญกล้า นำสมบัติของตนทั้งหมด ซื้อเรือลำเล็กๆ และเสบียงอีกเล็กน้อย ออกเดินทางยังเส้นขอบฟ้า จุดบรรจบของความฝันของเหล่านักเดินทาง ผู้คนต่างโจษจันกันไปต่างๆ นานา บ้างว่าเขาเสียสติ บ้างชื่นชมในความเด็ดเดี่ยว มีเป้าหมาย มีความฝัน ไม่เหมือนชายหนุ่มบางคนที่มัวแต่จะหาลูกเรือ ครั้นหาไม่ได้ก็ไม่กล้าออกเรือเดินทาง

และยังว่ากันอีกว่า ก่อนเดินทางเพียงชั่วยามเดียว เขาไปขอให้ลูกสาวคนเล็กของพ่อค้าในเมืองเป็นลูกเรือร่วมเดินทางไปกับเขาด้วย เธอตกลงหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบครับ ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมกลับมาไม่ทันเขาเดินทางกัน

แต่หากยามเย็นวันนั้นใครมองไปยังเส้นขอบฟ้า จุดที่ดวงอาทิตย์ลับสายตา จะเห็นจุดดำๆ เล็กๆ อยู่ไกลลิบๆ นั่นแหละเรือของเด็กหนุ่มของเรา หากฟังดีดี จะได้ยินเสียงดังออกมาว่า เมื่อไหร่ คุณจะออกเดินทางบ้างล่ะ”

 

sailing ship 2

4 คิดบน “Sailing ship 1

  1. ออกคนละแนวกะของเราเลยโนะ อิอิ อ่านแวก็ชอบอ่ะนะ เรื่องสั้นเคล้าไปด้วยกลิ่นอายของบทความนิด ๆ

  2. ใครจะรู้ เดินเรือมาทั้งชีวิตอาจจะไม่เจอลูกเรือเลยก็ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเดินเรือให้ถึงจุดหมายไม่ได้นี่ใครจะรู้…..นอกจากพระองค์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s