Posts Tagged With: เศรษฐศาสตร์อิสลาม
azan19:บัยอฺ อัลอินะฮฺ ทางออกของธนาคารอิสลามหรือแค่ภาพลวงของดอกเบี้ย
ธนาคารอิสลามถือกำเนิดมาเพื่อให้มุสลิมสามารถดำเนินธุรกรรมทางการเงินได้โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับดอกเบี้ยเป็นประการสำคัญ อาจจะมีเหตุผลอื่นๆ ย่อยลงมาอีกเช่น การประกอบธุรกิจที่มีความยุติธรรม การลงทุนที่ต้องการหาผลตอบแทนจากกำไรในธุรกิจที่ฮะล้าล ฯลฯ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวธนาคารหรือลูกค้าธนาคารเองก็ตาม จำเป็นต้องคำนึงถึงเหตุผลหลักเป็นอันดับแรก คือการที่จะทำให้ชีวิตของเราสอดคล้องกับหลักชารีอะฮฺไม่เฉพาะแต่เรื่องอิบาดะฮฺ เรื่องอาหารการกิน แต่รวมถึงเรื่องธุรกิจและการเงินด้วยเช่นกัน ธนาคารพาณิชย์ vs ธนาคารอิสลาม ในส่วนของธนาคารอิสลาม ภาพรวมของการดำเนินการอาจจะมีส่วนคล้ายกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่จะแตกต่างกันในส่วนของหลักการและรูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับชารีอะฮฺ ปราศจากดอกเบี้ย ข้อแตกต่างหลักของธนาคารทั้งสองก็คือ ธนาคารอิสลามจะดำเนินการโดยปราศจากดอกเบี้ย ทั้งดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้ ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์จะหากำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย หากเทียบธนาคารเป็นร้านค้าขายของ สินค้าของร้านนี้ก็คือเงิน ราคาของมันก็คือดอกเบี้ย กำไรที่ธนาคารได้รับก็คือส่วนต่างของดอกเบี้ยที่ธนาคารได้รับจากผู้กู้และดอกเบี้ยที่ธนาคารจ่ายให้ผู้ฝากเงิน ปราศจากการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร ปราศจากองค์ประกอบของการพนัน ปราศจากการปิดบังข้อมูลข้อเท็จจริง ปราศจากการปั่นราคาให้เกินความจริง ปราศจากความคลุมเครือไม่แน่นอน ปราศจากการบังคับ ความไม่เต็มใจ ปราศจากการหาประโยชน์จากความจำเป็น วางอยู่บนพื้นฐานของความเป็นพี่น้องและการร่วมมือกัน วางอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและชารีอะฮฺ บริการต่างๆ ของธนาคารอิสลาม สัญญาเงินฝาก (Deposit-taking Contracts) บัญชีรักษาทรัพย์ (สะสมทรัพย์) บัญชีเงินฝากภายใต้หลักมุฎอรอบะฮ์ สัญญาการค้า (Sales-based Contracts) สัญญาซื้อขายเงินผ่อน (BBA – deferred sale) สัญญาซื้อขายแบบบวกกำไรส่วนเพิ่ม (Murabahah – [...]
azan16:ความเข้าใจผิด 6 ประการของดอกเบี้ย (กับสิ่งที่อยู่ในวงเล็บ)
ในเรื่องของดอกเบี้ย มีการเข้าใจผิดไม่น้อยเลยทีเดียว ฉบับนี้ผมจึงนำเรื่องความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่องดอกเบี้ยและคำอธิบายอย่างคร่าวๆ มาฝากครับ 1. เงินก็เหมือนกับสินค้าอื่นๆ ที่ผู้ซื้อหรือผู้ยืมต้องจ่ายราคาของมันให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ เช่นเดียวกับเจ้าของบ้านสามารถคิดค่าเช่าจากการอยู่อาศัยเหมือนกับที่เจ้าของเงินเรียกเก็บค่าตอบแทนจากการให้ยืมเงิน (อันที่จริง เงินไม่ใช่สินค้า เงินเป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ระบบวิธีคิดที่มองเงินเป็นสินค้านั้นมีขึ้นมาใหม่ไม่นานนัก แต่แรกเดิมทีนั้น เงินถูกใช้เป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่คงค่าของมันได้ ดังนั้นการแลกเปลี่ยนตัวเงินที่มีค่าไม่เท่าเทียมกัน (เช่น 10 บาท แลกกับ 15 บาท) เป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่ยุติธรรม สิ่งนี้เป็นที่เข้าใจได้ตามสามัญสำนึกของคนทั่วไป แนวคิดเรื่องค่าของเงินตามเวลา (Time value of money) ที่บอกว่าเงินหนึ่งดอลลาร์ ณ วันนี้มีค่ามากกว่าเงินดอลลาร์วันพรุ่งนี้ ได้เปิดช่องให้คนสามารถใช้เงินในการหากำไรจากเงินแทนที่จะเป็นจากตัวสินค้า แท้ที่จริงแล้วเงินควรเป็นเพียงตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเท่านั้นหาใช่สินค้าที่นำมาหากำไร ความเข้าใจเรื่องลักษณะของตัวสินค้ายังสามารถทำให้เรากระจ่างในเรื่องนี้ได้มาก ลักษณะของสินค้าที่มีความต่างกัน (Non-homogenous property) เราสามารถให้เช่า และคิดค่าเช่าจากการใช้สินค้าตัวนั้นได้ เช่น บ้าน, รถยนต์ แต่หากเป็นสินค้าที่มีลักษณะเหมือนๆ กัน (Homogenous property) ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Ribawi property สินค้าประเภทนี้การให้ยืมเพื่อคิดค่าเช่า ทำไม่ได้เพราะถือว่าเป็นริบาอฺ เพราะสินค้าประเภทนี้ใช้หมดแล้วหมดเลย เช่น อาหาร, เงิน, [...]
Motivation
หลายวันมานี้ motivation ไม่ค่อยมี ค่อนข้างสับสนเกี่ยวกับเป้าหมายที่เคยวางไว้ What should I be? Am I really suite with that thing? พอชีวิตมาถึงทางแยก ผมจะรู้สึกสับสนแบบนี้เสมอๆ ………………………….. เคยวางไว้ว่า คงไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไหนสักแห่ง ทำงานด้านวิชาการ และคงเอางานที่ชอบเป็นงานอดิเรกทำไปด้วยในเวลาว่างจากงานหลัก ครั้นพักหลังมานี้ รู้สึกว่า งานด้านวิชาการอะไรพวกนี้มันดูจะ formal ต้องออกงาน พบปะคนโน้นคนนี้ ต้องปั้นหน้ารับแขกบ้าง ที่สำคัญต้องเก่งและรู้จริงในด้านนั้น เผอิญว่าเป็นโรค formal-phobia เข้าใส้ ไม่ชอบอะไรที่เป็นพิธีรีตรอง ต้องมีประธานเปิดงาน ต้องให้ผู้คนปรบมือต้อนรับ ต้องให้ผู้อื่นพะเน้าพะนอ และที่สำคัญ ผมไม่ใช่คนเก่งและรู้จริง อาศัยอ่านและลองผิดลองถูกเอามากกว่า เอาเข้าจริงถามรู้จริงในแต่ละเรื่องมั้ย มันก็ไม่ ทำให้พาลหมดแรงใจทำthesis ต่อให้เสร็จ และสับสนกับอนาคตพอสมควร ก็ขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺทำให้หัวใจมั่นคง หากเส้นทางนี้เป็นที่เหมาะสมและเป็นที่พอใจของพระองค์ และคำตอบก็ปรากฎที่คอนเฟอร์เรนที่เพิ่งเสร็จไปวันนี้ ……………………………. 28-29 เมษา มี International Conference on [...]
azan15:ธนาคารกับวิกฤติการทางการเงิน
สืบเนื่องจากฉบับที่แล้วนะครับ สิ่งที่อยู่ในวงเล็บก็คือ ตัวระบบธนาคาร มี 2 ประเด็นที่ผมจะขยายความในฉบับนี้ อย่างแรกก็คือ ระบบดอกเบี้ยในบริบทที่ธนาคารใช้เป็นเครื่องมือแสวงหากำไร โดยปกติ ธุรกิจทั่วๆ ไปจะหากำไรจากส่วนต่างของราคาต้นทุนสินค้ากับราคาขาย เงินเป็นสื่อกลางในการวัดค่าของสินค้าที่ใช้ในการซื้อขาย แต่วิธีคิดของระบบธนาคารต่างออกไป ธนาคารมอง “เงิน” เป็นดั่ง “สินค้า” ประเภทหนึ่งที่มีราคาและหากำไรได้ ราคาของเงินทุน ถูกเรียกกันว่าอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นคือราคาที่เรียกเก็บจากผู้กู้ และอัตราดอกเบี้ยระยะยาวคือต้นทุนของเงินทุนที่ธนาคารกู้มาจากแหล่งเงินทุน ส่วนต่างในที่นี้คือกำไรที่ธนาคารแสวงหา ในวิกฤติการณ์คราวนี้ Yield curve (กราฟแสดงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและระยะยาวในช่วงเวลาหนึ่ง) มีลักษณะที่แบนราบบ่งบอกว่า ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและระยะยาวแทบจะไม่แตกต่างกันเลย “ราคา” ที่ธนาคารได้รับจากการปล่อยกู้เกือบๆ จะเท่ากับ “ราคา” ของต้นทุนที่ธนาคารจ่ายไป ทำให้วิธีการหากำไรหลักของธนาคารโดยทั่วไปที่ผมพูดในย่อหน้าก่อนเกิด “พิการ” เมื่อธนาคารหากำไรไม่ได้มาเจอกับการขาดสภาพคล่องทางการเงิน เราจึงเห็นสถาบันการเงินดิ้นรนหาเงินมาเติมเต็มช่องว่างที่ว่า หากทำไม่ได้ก็ล้มละลาย <!–[if gte mso 9]> Normal 0 false false false EN-GB X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4 <![endif]–><!–[if gte mso [...]
azan13:The Great Gap ช่วงเวลาที่ว่างเปล่า
ประวัติศาสตร์ของวิชาเศรษฐศาสตร์เริ่มขึ้นเมื่อไหร่? เป็นคำถามนักเศรษฐศาสตร์พยายามตั้งคำถามและต่างก็นำเสนอคำตอบกันหลากหลาย แต่ตามที่ได้ “ถูกทำให้เข้าใจ” ดูเหมือนว่าวิชาเศรษฐศาสตร์จะเริ่มต้นจากหนังสือ The Wealth of Nation ของชายที่ภายหลังถูกขนานนามว่าเป็นบิดาของวิชาเศรษฐศาสตร์ อดัม สมิธ คำถามอีกหลายๆ ข้อก็เริ่มผุดมา แล้วก่อนหน้านั้นใครเล่าอธิบายเศรษฐศาสตร์? วิชาเศรษฐศาสตร์มีที่มาจากที่ไหน จากปรัชญากรีกที่ย้อนหลังไปมากกว่าพันปีเลยหรือ? งานเขียนทางวิชาการส่วนใหญ่ (ซึ่งแน่นอนว่าของตะวันตก) ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับเรื่องว่า วิชาเศรษฐศาสตร์มันมีที่มาจากที่ไหน มีสมมติฐานที่ตรงกับความเป็นจริงมากน้อยเพียงไร แต่จะสนใจเพียงแค่ว่าตอนนี้ทฤษฎีเหล่านั้นมันใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้ดีอย่างไรเท่านั้น คือจะไม่ให้ความสำคัญถึงที่มา แต่จะสนใจเพียงว่ามันใช้อย่างไร มีวิทยานิพนธ์ของ Joseph Schumpeter (1883-1950) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ได้พูดถึงประวัติศาสตร์ที่มาและการพัฒนาของสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ในวิทยานิพนธ์เล่มนั้น และพบว่ามีช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ได้ขาดหายไป เขาใช้คำว่า Great Gap อธิบายช่องว่างทางประวัติศาสตร์ของวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ว่าไว้ดังนี้ “การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์เริ่มต้นจากอารยธรรมกรีก และถูกก่อร่างอีกครั้งในยุคสมัยของนักวิชาการละติน คือ St Thomas Aquinas (1225-1274) หลายศตวรรษที่ว่างเปล่าระหว่างทั้งสองนั้นคือ the Great Gap” ตัว Schumpeter ก็ไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนว่า มันเป็นไปได้อย่างไรที่ช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างปรัชญากรีกมาถึงยุคของ Aquinas มันจะไม่มีอะไรคั่นกลางอยู่เลย เป็นไปได้อย่างไรที่การพัฒนาจะกระโดดข้ามผู้คน [...]