คำดีดี ที่เรียบเรียง
One step in a time
เมื่อวานได้อ่านกระทู้หนึ่งในเวบพันทิบ ห้อง Blue Planet มีคนตั้งคำถามว่า “ปีหน้าจะเกษียณแล้ว อยากทำอะไรท้าทายดูบ้าง อย่างเช่นปั่นจักรยานรอบโลกใน 1 ปี จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?” มีคนมาตอบบ้างประปราย บ้างก็บอกให้วอร์มอัพ เตรียมร่างกายให้พร้ิอม บ้างก็ให้หาข้อมูลเส้นทางรายประเทศ การขอวีซ่าเข้าประเทศต่างๆ แต่สิ่งผมที่ได้จากกระทู้นี้คือ 1. ทำไมต้องรอให้เกษียณ จึงเริ่มอยากทำอะไรท้าทาย เรื่องท้าทาย บางเรื่องทำไม่ได้ตอนวัยเกษียณ 2. การเดินทางรอบโลก ต้องเริ่มจากการเดินทางรอบประเทศ ทำเรื่องเล็กๆ ให้สำเร็จ แล้วบันทึกไว้ จากนั้นเริ่มขยับงานชิ้นนั้นให้ใหญ่ขึ้นๆ เป็นการสร้างกำลังใจไปในตัว ว่าแล้วก็เริ่มการเขียนบล็อกที่ท้าทายนี้ด้วยเรื่องเล็กๆ นี้แหละ
รักนบีมั้ย?
"เราจะอ้างว่ารักใครคนหนึ่งได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่ปกป้องเขาเมื่อเขาถูกดูถูก" หลังจากได้ลากสายตาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ อ่านอีเมล ติดตามข่าว พอจะสรุปได้ว่า กระแสตื่นตัวในเรื่องนี้ในเมืองไทยและอีกหลายประเทศ ค่อนข้างสูงทีเดียว ผิดกันกับที่นี่ มาเลเซีย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอิสลาม สาเหตุที่พอจะอนุมานเอาได้ก็คือ ประเด็นเรื่องการเมืองทั้งในและต่างประเทศ ที่ทำให้มุสลิมแถวๆ นี้ ไม่แสดงท่าทีอะไร ในภาพกว้างอาจพอเข้าใจได้ในกรณีการออกมาเดินขบวน การต่อต้าน การติดประกาศ แต่ที่รับไม่ได้เลยก็คือว่า มันไม่มีแม้กระทั่งการพูดคุย การออกปากถามข่าวคราว การติดตามการเคลื่อนไหว (หรือจะเป็นเฉพาะในเด็กไทยก็ไม่ทราบ) ดังนั้นไม่ต้องถามว่า มีใครขอดุอาอฺสาปแช่งผู้ทำการวาดภาพล้อเลียนนบีบ้าง เอาเถอะ บ่นพอและ มาว่ากันเรื่องจะทำอะไรในการแสดงว่าเรารักนบีบ้าง อันดับแรก ขั้นต่ำที่สุดเลย นั่นคือการยืนในช่วงท้ายของคืน ยามที่อัลลอฮฺลงมายังฟากฟ้า เวลาที่ดุอาอฺจะถูกตอบรับ การลุกขึ้นละหมาด วิงวอนดุอาอฺอย่างจริงใจ ให้ผู้กระทำการหยาบช้าได้รับการลงโทษอย่างสาสม ขอให้ผู้คิดทำการสังหารผู้วาดการ์ตูนดังกล่าวประสบความสำเร็จ [...]
Sailing ship 3
Sailing ship 3 (the end) อบู ฟิกรฺ ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนดาดฟ้าเรือ สายตามองระลอกคลื่นท้ายลำที่ตีเกลียวห่างออกไปในทิศตรงกันข้ามกับทิศที่เรือมุ่งหน้าไป อีกสามวัน เขาต้องลงไปจากเรือลำนี้แล้ว ตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับกัปตันเรือว่า เขาจะโดยสารเรือไปจนถึงเพียงเมืองท่าที่ใกล้ที่สุด และเมืองท่าที่ว่าก็อยู่ไม่ไกลแล้ว ‘ผมขอติดเรือไปอีกหน่อยได้ไหม ผมยังไม่อยากจากไปตอนนี้ มีอะไรอีกตั้งมากมายที่ผมยังไม่ได้เรียนรู้จากคุณเลย’ เขาต่อรองกับกัปตันที่กำลังตรวจดูทิศทางการเดินเรือและสภาพอากาศของเช้าวันหนึ่ง ‘อากาศปลอดโปร่งดี แต่ก็นั่นแหละ เอาแน่เอานอนกับทะเลไม่ได้หรอก อีกวันสองวันอาจมีพายุใหญ่ ใครจะรู้’ เขาเว้นครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ ‘เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ การเปลี่ยนแปลงบางครั้งจู่ๆ ก็มาราวกับพายุลูกใหญ่’ กัปตันพูดราวกับจะสอนอะไรบางอย่างให้เด็กหนุ่มเข้าใจ ก่อนจะกล่าวย้ำว่า ‘อีกประมาณสามวัน เรือคงถึงเมืองท่า ยังไงเจ้าก็ต้องลงปจากเรือตามสัญญา’ ‘แต่…’ เขาขยับปากจะพูด แต่ก็ถูกขัดด้วยเสียงอันเด็ดเดี่ยวของกัปตันผู้เจนโลก ‘คนเรืออย่างเราหน่ะ ถือสัจจะเป็นเรื่องใหญ่ คำไหนคำนั้น’ บัดนี้เขารู้แล้วว่า ไม่มีทางฝืนคำกัปตันได้อีกแล้ว เขาพาตัวเองออกจากห้องกัปตันไปยังท้ายเรือที่นั่งประจำ แต่ก็ถูกทักทายด้วยเสียงคุ้นหูของฮะซัน ลูกเรือร่างใหญ่แต่ใจดีว่า ‘คงคิดถึงกันแย่เลยนะ อีกสามวัน เอ็งก็จะไปแล้วนี่’ เขายิ้มให้ฮะชัน ‘มากเลยแหละ ข้าได้รับอะไรหลายๆ อย่างจากที่นี่ [...]
เหงา เซ็ง … อ่านกุรอาน
คราวนี้ขอหยิบยก วลีจากโฆษณาหนึ่ง ที่ติดปากผู้คนในช่วงที่ผ่านมา มาเป็นหัวข้อเรื่องคราวนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนเข้ามาบ่นให้ฟัง ประมาณ 5 คน ว่า เบื่อ เซ็ง เครียด เหงา ไม่รู้จะเอาไงดีกับชีวิต ทำตัวขี้เกียจ นอนตื่นสาย งานแยะแต่ไม่ทำ หงุดหงิดง่าย คนตามจีบ คิดถึงบ้าน ปวดหัว สารพัดเรื่อง แล้วมาบอกว่า นะซีฮัตหน่อย จริงๆ มันต้องมานั่งหาสาเหตุว่า ที่เรา เบื่อ เหงา เซ็ง นั้นเกิดจากอะไร แต่ละคนก็มีสาเหตุแตกต่างกันไป เหมือนกับคนป่วยนั่นแหละ จะมาให้หมอรักษาก็ต้องบอกอาการ ให้หมอวิเคราะห์ แล้วจัดยาให้ตามเป็นคนๆ ไป จะให้ใครยาแบบครอบจักรวาล แทนที่โรคจะหายอาจมีผลข้างเคียงได้ (โหะๆ พูดยังกะเคยเรียนหมอ) แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การจะไปเซ้าซี้คนหงุดหงิดเข้า อาจจะส่งผลร้ายกับตัวเราได้ ก็เลยจำต้องให้คำแนะนำแบบรวมๆ ไป 5 คน เราก็พูดแบบเดียวกันซะเลย นั่นคือ [...]
อิสลามเบิกฟ้า
อิสลามเบิกฟ้า อบู ฟิกรฺ “เมืองนี้เคยมีแสงสว่าง” เป็นคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในเมืองนี้ พวกเขาบอกกับลูกกับหลานเสมอว่า เมืองแห่งนี้เคยเจิดจรัสด้วยแสงแห่งดวงตะวัน แสงของมันสาดส่องไปทั่วทุกที่ในเมือง ทุกชีวิตได้รับประโยชน์จากแสงอาทิตย์ ผักหญ้าเติบโต ผู้คนเบิกบาน อันที่จริงตัวผู้เล่าเองก็ไม่เคยเห็นแสงแดดด้วยตาตัวเองเลยสักคน มันเป็นเรื่องที่ถูกบอกต่อกันมาอีกทอดหนึ่ง จากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง มันจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เสริมแต่งกันมาก็ไม่มีใครใส่ใจกับมันแล้ว เพราะตั้งแต่ชาวเมืองทางตะวันตกนำเอา “ไฟฟ้า” เข้ามาในเมืองของเรา เมืองแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยแสงสว่างจากดวงไฟ เต็มไปด้วยแสงสว่างทั่วทั้งเมือง ใครจะไปสนว่าเมื่อก่อนจะสว่างด้วยอะไร เพราะแค่ตอนนี้เราก็สุขพอแล้ว “เราเป็นหนี้บุญคุณชาวเมืองตะวันตก” เจ้าเมืองบอกเราเช่นนั้น พวกเขาให้การดูแลชาวเมืองหน้าใหม่เหล่านี้เป็นอย่างดี พวกเขาอยากได้ อยากมีอะไร ก็ได้ตามนั้น จนทุกวันนี้ พวกเขาได้ซึ่งอำนาจและทรัพย์สมบัติมากมาย เมื่อปีก่อนนี้เอง พวกชาวเมืองตะวันตกกลุ่มนี้ได้เป็นผู้ออกกฎของเมือง พวกเขาออกกฎโดยบอกว่าทั้งนี้ก็เพื่อความสงบสุขของเมืองนี้ แน่นอนมีทั้งผู้ที่ยอมรับและไม่เห็นด้วย พวกเขาเริ่มคิดค่าไฟฟ้าแก่ชาวชาวเมือง คนส่วนใหญ่ยอมจ่ายโดยดี เพราะพวกเขากลัวว่าจะไม่มีไฟฟ้าใช้ กลัวที่จะตกอยู่ในความมืดอีกครั้ง มีคนกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้ผู้คนระลึกว่า “เมืองของเราเป็นเมืองแห่งแสงสว่าง แต่ไม่ใช่จากดวงไฟดวงเล็กๆ แบบนี้ แต่เป็นดวงไฟดวงใหญ่บนท้องฟ้า” บางคนก็กล่าวว่า “นั่นมันเรื่องเล่า ไม่จริงหรอก จะเป็นไปได้อย่างไร ดวงไฟดวงใหญ่อยู่บนท้องฟ้า ไม่มีสายไฟต่อ แล้วยังส่องสว่างไปทั่วเมือง เรื่องหลอกเด็กน่า” บางคนบอกว่า “ตั้งแต่พ่อข้าเกิดมา เมืองนี้ก็มืด ก็เห็นแต่ดวงไฟที่ชาวเมืองตะวันตกนี่แหละที่เป็นแสงสว่าง” [...]