ของเก่า
Nostalgia :: คิดถึงบ้าน…
โดย..อบูฟิกรฺ o “นี่เป็นเช้าที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่เราจากบ้านมา” ซุเบร ชายหนุ่มวัย 20 ปลายๆ บ่นกับตนเอง เขาออกจากบ้านมาเพื่อทำภารกิจบางอย่าง เขาตะลอนๆ ทำงานไปหลายๆ ที่ หลายๆ หมู่บ้าน กว่าจะเสร็จธุระในวันนี้ก็เกือบๆ ตีห้าของวันใหม่ เขาเดินทางกลับที่พักท่ามกลางความเงียบของเช้ามืด ระหว่างทางเขาคิดถึงเรื่องราวในวันเก่าๆ วันเวลาที่เขามีภรรยาและลูก แต่ ณ ตอนนี้มันเป็นความทรงจำที่เลือนลางเต็มที เขาจากบ้านมานานมาก และยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน กลับไปหาครอบครัวของเขา เสียงอาซานดังขึ้น เขาตื่นขึ้นจากภวังค์ความคิด “นานมากแล้วสินะ ที่เราไม่ได้ยินเสียงนี้ และนานมาแล้วสินะที่ไม่ได้ไปมัสยิด” เขาคิด “อย่าว่าแต่ไปมัสยิดเลย นี่นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้ละหมาด” ทัน ใดนั้นเขาเห็นเด็กๆ กลุ่มหนึ่งวิ่งตัดหน้าเขาไป เด็กคนนึงวิ่งมาชนเขา คงเพราะเด็กคนนี้รุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายคนเดียวของเขากระมัง เขารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เด็กคนนั้นเงยหน้ามาพูดกับเขาว่า “เร็วๆ สิน้า เดี๋ยวก็ไปละหมาดไม่ทันหรอก” คงยังมืดอยู่ซุเบรเลยมองหน้าเด็กคนนั้นไม่ชัดนัก เขากลับละอายใจตนเองพลางเดินตามเด็กคนนั้นไป o เสียง อาซานตอนเช้ามืดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบของยามเช้าในหมู่บ้านมุสลิมเล็กๆ กลางเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง ชายแก่คนนึงจัดแจงสวมเสื้อผ้า คว้าหมวกใบเก่า ออกจากบ้านเดินตรงไปยังมัสยิดประจำหมู่บ้าน ที่มาของเสียงเรียกไปสู่การเคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้า [...]
วันสำคัญ?
เคยแปลกใจมั้ย? ว่าทำไมบ้านเมืองเรามีวันสำคัญเยอะแยะไปหมด มีแทบจะทุกเดือน คนทำงานแอบดีใจเมื่อเดือนใดมีวันสำคัญติดๆ กันมากๆ เพราะจะได้หยุดยาว ไม่ว่าจะเป็น วันสงกรานต์ วันเฉลิมโน่นเฉลิมนี่ วันตรุษจีน ตรุษไทย วันปีใหม่ วันคริสต์มาส วันสำคัญเหล่านี้ มีที่มาที่ไป หลายๆ คนก็พอจะรู้ แต่เคยสงสัยมั้ย วันสำคัญเหล่านั้นมันสำคัญจริงเหรอ หากลองตั้งคำถาม เพื่อหาคำตอบ วันเหล่านั้นเป็นวันสำคัญ หรือวันที่ถูกให้ความสำคัญกันแน่ ได้คำตอบที่ยิ้มได้เลยว่า มันคือวันที่ถูกให้ความสำคัญจนกลายเป็นที่ยอมรับในสังคมว่ามันคือวันสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้งๆ ที่แต่เดิมมันไม่มีความสำคัญใดๆ เลย เมื่อหันกลับมามองดูหลักการของอิสลาม เราพบว่าอิสลามได้แบ่งเรื่องนี้ชัดเจนว่า วันสำคัญของอิสลามเป็นวันสำคัญโดยตัวของมัน จากการกำหนดของผู้ที่สร้างวันเวลา ว่าเหล่านั้นคือวันสำคัญ เมื่อครั้งที่ท่านนบีมายังเมื่อมะดีนะฮฺครั้งแรก ได้เห็นผู้คนเฉลิมฉลองในวันสำคัญวันหนึ่ง ท่านจึงบอกว่าวันสำคัญต่างๆ ถูกยกเลิก อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดวันให้เฉลิมฉลอง รื่นเริงไว้ 2 วัน คือวันอีดทั้งสอง เป็นการกำหนดลงไปเลยว่า วันเหล่านั้นสำคัญได้โดยการกำหนดของอัลลอฮฺ ไม่ใช่การให้ความสำคัญขึ้นมาเองโดยมนุษย์ วันสำคัญอีกหลายวันที่เข้าเงื่อนไขนี้ อาทิ วันศุกร์ มีหะดิษมากมายระบุถึงความสำคัญในวันนี้ว่าเป็นวันที่โลกถูกสร้าง วันที่อาดัมกำเนิด และเป็นวันสุดท้ายของโลกนี้, 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺ ที่นบีบอกว่าเป็น 10 [...]
เพราะโลกนี้ไม่เคยเปลี่ยน
เพราะโลกนี้ไม่เคยเปลี่ยน มันยังคงหมุนรอบตัวเองเสมอ กลมแป้นราวกับผลส้มที่ปอกกินเมื่อเช้า ชีวิตบนโลกนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน ตื่นเช้ามาพบกับแสงแดดทางทิศตะวันออก เสียงนกร้องก็ยังเสนาะหูเช่นเคย กินอาหารคลายหิว กินน้ำแก้กระหาย สูดอากาศหายใจ นั่งมองดวงอาทิตย์ตก ยังขอบฟ้าตะวันตก กลางคืนมืดมิดย่างกราย ดวงดาวพรายแสงเต็มฟ้า เพราะโลกนี้ไม่เคยเปลี่ยน มนุษย์ก็ยังคงเป็นมนุษย์ แม้จะมีเทคโนโลยีมากมาย แต่กฎเกณฑ์ต่างๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยน ชีวิตก็ยังคงดำเนินไปตามสภาวะที่ถูกกำหนดไว้ ผู้สร้างของทุกชีวิตก็ยังคงมีสิทธิ มีอำนาจเหนือสิ่งถูกสร้างอย่างแน่นอน เพราะโลกนี้ไม่เคยเปลี่ยน แม้ยุคสมัยพ้นผ่าน อำนาจของพระองค์ก็ไม่เคยอ่อนลง ศาสนาของพระองค์ก็ไม่เคยล้าหลัง ชีวิตใหม่กำเนิด ชีวิตเก่าดับลง ตามกฎเกณฑ์ของมัน ไม่มีใครหลีกหนีได้สักราย เพราะโลกนี้ไม่เคยเปลี่ยน
การมีอยู่ของอัลลอฮฺ
ชายคนหนึ่งไปที่ร้านตัดผมเพื่อตัดผมโกนเคราดังเช่นเคยทำเป็นประจำ เขาเริ่มสนทนากับช่างตัดผมซึ่งกำลังฟังเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ คุยกันไปคุยกันมาหลายเรื่องราว อยู่ดีๆก็ไปเข้าเรื่องเกี่ยวกับอัลลอฮฺ “ไอ้หนุ่มชั้นน่ะ ไม่เชื่อหรอกว่าอัลลอฮฺน่ะมี อย่างที่เอ็งพูด เอ็งเอาอะไรมาพูด” ช่างตัดผมกล่าว “ไม่เชื่อก็ลอง ออกไปเดินดูข้างถนน นั่นน่ะ บอกมาหน่อยสิว่าถ้าอัลลอฮมีเนี่ยทำไม มีคนป่วยเต็มไปหมด มีเด็กข้างถนนเกลื่อนกลาด ถ้าอัลลอฮมีจริงนะต้องไม่มีความทุกข์ทรมานหรือความเจ็บป่วยสิ เพราะว่าอัลลอฮจะไม่ให้มีของอย่างนี้เกิดขึ้น” ช่างตัดผมถามลูกค้า ชายคนนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้ทำการโต้แย้ง หรือ ยกข้ออ้างใดใด จนกระทั่งช่างตัดผมเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็เดินออกจากร้าน แค่เดินออกไปไม่ทันไรเขาเห็นชายคนหนึ่งผมและเครายาวยุ่งเหยิงเหมือนกับพี่แกไม่เคยเข้าร้านตัดผมมานานมากเดินอยู่บนถนน ดังนั้น เขาจึงย้อนกลับไปที่ร้านตัดผม และบอกกับช่างตัดผมว่า “โอว อะไรเนี่ย ? ช่างตัดผมไม่มีแล้ว” “เป็นไปได้ไง ที่จะไม่มีช่างตัดผมแล้ว”ช่างตัดผมถาม “ก็ชั้นอยู่นี่ไง และชั้นเนี่ยแหละช่างตัดผม” “ไม่มีไม่มี”ชายคนนั้นโวยวาย“ไม่มีช่างตัดผมแล้ว ก็ถ้ามีแล้วเนี่ยจะมคนผมยาวรุงรัง อย่างคนที่เดินอยู่บนถนนนั่นได้ยังไง” “อ้าว ช่างตัดผมน่ะมี แต่คนนั่นน่ะทำไมถึงไม่ยอมมาตัดผมล่ะ” “ใช่ เลยใช่เลย”ชายคนนั้นยืนยัน“ประเด็นเดียวกับที่ว่าอัลลอฮมีน่ะแหละ เกิดอะไรขึ้นล่ะผู้คนจึงไม่ยอมค้นหาพระองค์ นี่ก็คงเป็นเหตุผลเดียวกับที่ ทำไมจึงยังมีคนเจ็บปวดและมีความทุกข์ทรมานในโลกนี้อยู่อีก”
โรคหลงใหล
จากหนังสือ “การแพทย์ตามแนวทางท่านศาสนทูต ซล.” เขียนโดย อิมามอิบนิกอยยิม อัลเญาซียะห์ แปลโดย นพ.กษิดิษ ศรีสง่า ——————————– โรคหลงใหลงมงายเป็นโรคของหัวใจประเภทหนึ่ง แตกต่างจากโรคอื่นๆ ทั่วๆ ไปทั้งในตัวของโรคเอง สาเหตุของโรคและวิธีการรักษามัน ถ้าหากมันเกิดขึ้นและควบคุมคนป่วยแล้วแพทย์จะหนักใจมากในการรักษา และตัวผู้ป่วยเองก็ไมสามารถจะทนกับความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้นได พระองค์อัลลอฮฺ ซบ.ได้เล่าเกี่ยวกับโรคนี้ไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ ในบุคคลสองจำพวกคือ หญิงสาวและเด็กที่ไม่มีหนวด พระองค์ได้เล่าถึงหญิงสาวที่สูงศักดิ์ผู้หนึ่งในเรื่องราวของท่านนบียูซุฟและได้เล่าถึงเกี่ยวกับเผ่าลูตโดยเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมาลาอิกะห์ไปหาท่านนบีลูตว่า “และพวกที่อยู่ในเมืองนั้น ก็ได้มาหาท่านนบีลูต อย่างยินดี (จากที่มีเด็กหนุ่มเข้ามาในเมือง) ท่าน นบีลูตได้กล่าวกับเขาว่า พวกเหล่านี้เป็นแขกของฉันจงอย่าทำให้ฉันอับอายเลย จงเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์เถิด จงอย่าทำให้ฉันอัปยศ พวกเขากล่าวว่า เราไม่ได้ห้ามท่านไม่ให้ต้อนรับหรือปกป้องแขกหรอกหรือ ท่านนบีลูตกล่าวว่า เหล่านี้คือบรรดาลูกสาวของฉันถ้าหากท่านต้องการแต่งงานด้วยก็จงทำไปเถิด ขอสาบานด้วยชีวิตของท่าน (นบีมุฮําหมัด) แท้จริงพวกเขากำลังตกอยู่ในความมึนเมาและหลงทาง” (อัลฮิจร, 67-72) ผู้ที่อ้างอย่างผิดๆ เกี่ยวกับท่านนบี ซล.อย่างไม่เคารพและให้เกียรติเกี่ยวกับเรื่องนางซัยหนับ บินติญะหช์ว่า เมื่อท่านนบี ซล.ได้เห็นนาง ท่านก็กล่าวว่า “ขอสรรเสริญต่อผู้ที่เปลี่ยนแปลงจิตใจได้” ทำให้ท่านเกิดเป็นโรคหลงใหลงมงายขึ้นในจิตใจและได้บอกให้เซด บินฮาริษะห์ให้เก็บนางไว้จนกระทั่งได้มีโองการลงมาว่า “และเมื่อเจ้าได้กล่าวกับผู้ที่พระองค์อัลลอฮ์ทรงให้ความโปรดปรานแก่เขาและเจ้าก็โปรดปรานเขาว่า จงรักษาภรรยาของท่านไว้ และจงเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์ และในขณะเดียวกันเจ้าได้ซ่อนสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเจ้า ซึ่งอัลลอฮ์จะทรงเปิดเผยมันออกมา [...]