เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปพักผ่อนที่ ปีนัง มาครับ
เนื่องจากมีเพื่อนเรียนอยู่ที่ USM ด้วย ก็เลยสบโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนเสียด้วยเลย
เริ่มจากตีรถบัสเที่ยวสุดท้ายประมาณ เที่ยงคืนกว่า จากปูดูรายา ท่ารถในกัวลาลัมเปอร์ หลับยาวไปถึงปีนัง เกาะทางตอนเหนือของมาเลเซีย อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ผมและเพื่อนๆ อีก 3 คนก็มาถึงท่ารถในปีนังตอนตี 5 นาทีนั้นไม่มีเวลามาชื่นชมทัศนียภาพของสถานที่ใหม่กันหรอกครับ เพราะหนังตายังปิดกันอยู่เลย จึงกลับไปนอนกันต่อที่หอพักของเพื่อนใน USM
9 โมงเช้าของวันที่ร้อนมากๆ ในช่วงปลายฤดูฝน คือช่วงเวลาที่พวกเราคึกคักกันมาก ด้วยความที่อยากออกไปเที่ยว เดิน ถ่ายรูป สถานที่ต่างๆ บนเกาะปีนังกัน หลังจากฟาดเสบียงในห้องของเพื่อนที่เรามาอยู่อาศัยด้วยหมดไปด้วยการอาการหิวจนตาลาย เราก็เริ่มสำรวจด้วยการไปเที่ยว George Town เขตเมืองเก่าของ Penang
หลังจากวนหาที่จอดรถซึ่งหายากมากๆ และเกือบทุกที่บนเกาะปีนังเรียกเก็บค่าจอดรถทั้งนั้น อันเนื่องมาจากพื้นที่อันจำกัดนั่นเอง ทุกตารางนิ้วจึงมีราคา เราก็เจอะกับรถขายไอศกรีมหนึ่งคัน และเรียกเก็บไอศกรีมคนละหนึ่งโคนพร้อมทั้งจ่ายค่าเสียหาย
เมื่อกินไอศกรีมดับร้อนกันแล้วเราก็ตรงไปที่ Fort Cornwallis ที่ได้ชื่อว่าเป็น world heritage เดินสำรวจซากกำแพงเมือง ป้อมปืนใหญ่ อยู่พักใหญ่ ก็ไปกันต่อยังตัวเมืองแถบ little India เริ่มรู้สึกร้อนกับอากาศที่แดดเปรี้ยงๆ ในวันนั้น
แถบ little India จะเป็นย่านการค้าที่คนเชื้อสายอินเดียอยู่อาศัยกันเยอะ แต่ก็มีคนมาเลย์เชื้อสายจีนปะปนอยู่ด้วยไม่น้อย จึงมีทั้งวัดจีน วัดแขกกระจายกันอยู่ในละแวกนี้
หลังจากเดินดุ่มๆ เพื่อให้รู้ว่ามากันถึงแล้ว เราก็มองหาร้านอาหารเที่ยง เพื่อนที่เรียนอยู่ที่ปีนังแนะนำร้านอาหารอินเดีย พร้อมกับยืนยันว่าอร่อยมาก ร้าน Nasi Kandar จึงเป็นที่หมายของเราในเที่ยงนี้
เมื่ออิ่มได้ที่ ก็เริ่มรู้สึกว่าง่วงนอนกันจึงตัดสินใจกันกลับไปนอนพักที่ห้อง เพราะอากาศที่ร้อนจัดทำให้เรี่ยวแรงหดหายไปจนหมด ทั้งๆ ที่ตอนเช้าคึกคักกันเหลือเกิน
เย็นๆ เมื่ออากาศเริ่มเย็นลง พวกเราก็อพยพกันไปทางตอนใต้ของเกาะยัง Queen Bay หาดกระจิดริดที่มีวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าเป็นสะพานแขวนที่เชื่อมเกาะปีนังกับ แผ่นดินแม่ของมาเลเซีย
ใกล้ๆ ค่ำ โชเฟอร์ของเราก็พาพวกเราไปกินอาหารค่ำกันที่ร้านอาหารไทยในตัวเมือง กินกันจนอิ่มหนำสำราญ เพราะอาหารอร่อยและราคาถูก ปิดท้ายด้วยชาร้อนๆ รอบดึก ก่อนจะกลับไปนอนพักเตรียมลุยในวันรุ่งขึ้น
สายๆ วันที่สอง เราไปจองตั๋วรถกลับ KL กันก่อน ปรากฏว่าตั๋วเต็ม เหลืออยู่เที่ยวรถ super VIP ตอนหกโมงครึ่ง เราจำใจต้องซื้อ
เรามีเวลาเหลืออีกประมาณ 6 ชั่วโมง จึงตัดสินใจ ขับรถขึ้นเหนือไปดูทิวทัศน์ทางโน้น โชเฟอร์พาเราเลียบชายหาดไปตามถนนเส้นเดียวและ่รถที่หนาแน่นมาก ถนนแคบๆ มุ่งไปยัง Penang National Park อากาศในวันนี้ยังคงร้อนไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อไปถึงที่หมาย เราก็ไม่ได้เข้าไปในตัวอุทยานแห่งชาติที่ว่าหรอก เพราะ 1 ไม่อยากเดิน 2 ถ้าจะไปถึงตัวอุทยานจริงๆ ต้องนั่งเรืออ้อมไปอีก เราก็เลยขอชื่นชมกับท่าเรือบริเวณนั้น พร้่อมเก็บรูปสวยๆ ก็พอ
ขากลับเรามีทางเลือก 2 ทาง คือ ย้อนกลับทางเดิน พร้อมแวะชมสถานที่ต่างๆ ที่เราเล็งๆ เอาไว้ตอนขามา กับ เดินทางกลับอีกทางคือทางตะวันตกของเกาะไปสุดทางตอนใต้ของเกาะ หลังจากพูดคุยกันเราก็ตัดสินใจกลับทางที่สอง เพราะเวลาอีก 4 ชั่วโมงน่าจะทัน อีกทั้งหากเรากลับทางที่ว่าเราก็ได้เดินทางรอบเกาะพอดิบพอดี
เราขับรถกันไปยังหมู่บ้านทางตะวันตกของเกาะกันก่อน แวะกินอาหารเที่ยงและละหมาดกันที่นั่น ณ ที่แห่งนี้ค่อนข้างจะเป็นกัมปงๆ คือยังคงความเป็นชุมชนมากกว่าทางตะวันออกของเกาะปีนัง คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิมมาเลย์ รถไม่เยอะ ตึกใหญ่ๆ ก็เป็นโรงแรม ที่เหลือก็เป็นบ้านคน
ผมรู้สึกคิดถึงบ้านขึ้นมาจับใจ ลักษณะความเป็นอยู่ การจัดบ้าน อากาศร้อนๆ ริมทะเล กลิ่นทะเลโชยมาติดจมูก คนไม่พลุกพล่าน นี่มันบ้านผมชัดๆ อีกทั้งหน้าตาคนแถบนี้ก็คล้ายคลึงกับญาติผมด้วยสิ รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปกันต่อ เวลาก็เหลือไม่มากแล้ว เส้นทางที่เหลือต่อจากนี้ เพื่อนที่อยู่ปีนังมาหนึ่งปีก็ยังไม่เคยไป เอาว่ะ ไปก็ไป
เส้นทางฝั่งตะวันตกของปีนัง เป็นเส้นทางคดเคี้ยวสุด ทั้งขึ้นบนภูเขา ผ่านอ่างเก็บน้ำ น้ำตก(ใจ) ป่า บนถนนแคบๆ ณ ความสูงขนาดนั้น เวลารถผ่านมาแต่ละคัน ทำเอาหวาดเสียวไม่ใช่เล่น หลังจากลงมาสู่พื้นราบได้แล้ว พวกเราเกือบได้อาเจียนกัน
รถแล่นเลียบหมู่บ้านริมทะเลแถบนี้ได้ไม่นานนัก ระดับถนนก็สูงขึ้นมาอีกรอบ เราต้องตัดผ่านภูเขา บนระดับความสูงขนาดนั้นอีกรอบ แต่รอบนี้เพิ่มความน่าตื่นเต้นด้วยสภาพถนนที่ยังทำไม่เสร็จ! บนถนนเส้นเดียวบนภูเขา เราได้เจอกับไฟจราจร! Amazing Pinang มากๆ โชเฟอร์เกือบจะผ่าไฟแดงอยู่แล้ว ดีที่เห็นมอไซต์คันหนึ่งจอดหยุดอยู่ก่อนเราก็เลยหยุดตาม จึงได้ทราบว่า ถนนสายนี้กำลังก่อสร้าง มันจึงแคบ บางช่วงรถผ่านได้ทางเดียว สวนกันไม่ได้ จึงต้องทีไฟจราจร และมีคนคอยกดเปิดปิดสัญญาณ โอ้ แปลกประหลาดมาก ลองจินตนาการดูนะครับ เส้นทางบนภูเขาที่นานๆ ทีจะมีรถผ่านมา มีไฟจราจร และมีคนทำหน้าที่เปิดปิดสัญญาณ นี่ขนาดกลางวันนะ ถ้าตอนกลางคืนดึกๆ จะเป็นยังไง นึกไม่ออกจริงๆ
บางช่วงบางตอนของถนน เราจะเห็นสภาพสะพานที่กำลังสร้าง (หรือสร้างไม่เสร็จ อันนี้ก็ไม่ทราบ) เพื่อลดความคดเคี้ยวแต่เพิ่มความหวาดเสียวให้ผู้ขับรถมากๆ
ในที่สุดพวกเราก็มาถึงดินแดนทางใต้ของเกาะได้อย่างปลอดภัยกันทุกคน และเมื่อหาทางกลับที่พัก และอาบน้ำ เตรียมตัวกลับเรียบร้อยแล้ว เราก็ยังพอมีเวลาอีก 40 นาที ในการไปกินอาหารอินโดที่เพื่อนของเรานำเสนอเป็นเมนูบังคับตั้งแต่วันแรกที่มาถึง
เมื่อรำลากันเรียบร้อย ช่วงเวลาเย็นๆ บนสะพานข้ามฝั่งจากปีนังไปยังแผ่นดินหลักของมาเลเซีย บนรถ super VIP เก้าอี้นวด มีจอโทรทัศน์และJoyเกมส์ เราก็พบว่า เงินในกระเป๋าที่เหลือมันจะพอถึงสิ้นเดือนรึเปล่า(ว่ะ)เนี่ย






เนื้อหามันออกแนวปลงชีวิตเหรอเนี่ย
สลามค่ะ
อืมม ได้อ่านแล้ว ก็ทำให้รู้สึกอยากไปปีนังบ้าง ยิ่งพอได้ดูรูป ยิ่งอยากจะไปซะเดี๋ยว
นี้เลยยย…. แต่ติดตรงที่…ตรงที่… ม่ะมีตัง เหอๆๆ และมีเรียนด้วย
ชอบๆ ทะเล แต่มันจะสวยเท่าบ้านเราเหรอ…. ยังไงก็ตาม จะไปปีนังให้ได้ซักครั้ง
รับรองวิวสวย คนสวยแน่นอน ฮาๆๆๆๆๆ
แล้วคงได้เจอกัน…..ปีนัง
ชอบรูปบอยแบง กะกำแพงโบราณอ่ะ
(ต้องเปลี่ยนแบนด์ เป็น แบงเพื่ื่อความคล้องจอง อิอิ)
………..อินชาอัลลอฮ และจะไปบ้าง ………..ไปดูว่ามันได้เวิร์ล เฮอริเทจ ได้ไงฟะ
ไปมาเมื่อเดือนสิงหา อยากจะกลับไปเที่ยวอีก ว่างๆพาผมไปเที่ยวบ้างน่ะ
เคยคิดจะไปเรียนปีนัง
แต่แค่นั่งรถข้ามสะพานสู่เกาะในวันที่อากาศขมุกขมัว
ก็คิดว่า…กลับบ้านดีกว่าตรู…
อ่านแล้วก้อบอกได้เลยนะว่ามาที่ปีนังอีกรอบก้อไม่รู็จะพาไปไหนแล้ว เพราะมันทั่วปีนังแล้วอะ อิอิ
Very nice place…….:0