Forwarded Mail Crisis
สิงหาคม 28, 2008
เบื่อๆ เรื่องวิกฤติการเมือง เลยมาเขียนเรื่องวิกฤติฟอร์เวิดเมล
ไม่รู้รู้สึกไปเองหรือเปล่า ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ อีเมลที่เข้ามาในเมลบ็อกซ์มีถึงวันละเกือบๆ 20 เมล และ 80% นั้นเป็นฟอร์เวิดเมล ช่วงแรกก็เปิดอ่านมันหมดนั่นแหละ แต่พักหลังๆ ไม่ไหวแล้วเยอะและไม่รู้จะส่งมาทำไมนักหนา นอกจากจะไม่ค่อยอ่านแล้วยังไม่ค่อยจะส่งต่อด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะพวกเมลที่มาบอกให้ส่งต่อเท่านั้นเท่านี้ เจอแบบนี้ลบทิ้งอย่างไม่เสียดาย
เมลที่ว่าเอ็มเอสเอ็นจะเก็บตังค์ อันนั้นก็ลบอย่างไม่ไยดี
เมลว่าจะเห็นดาวอังคารชัดเท่าดวงจันทร์ในรอบสองร้อยปีที่มันส่งมาเกือบทุกเดือน มันไม่มีความน่าเชื่อถืออย่างมากก็โดนลบทิ้งถังขยะไป
เมลคอร์สสุขภาพ ลดความอ้วน เมลหารายได้พิเศษ ไม่รู้มันเข้ามาได้ยังไง
จะมีบ้างที่เป็นเมลให้ความรู้และผมไม่ได้รับมากกว่าหนึ่งเมล อันนี้จะส่งต่อ (คือโดยส่วนใหญ่จะได้ฟอเวิดเมลซ้ำๆ แม้จะเป็นเมลที่ดีก็จะไม่ส่ง เพราะคนส่งกันเยอะแล้ว)
แม้จะกลั่นกรองเมลที่จะส่งต่อ ก็ไม่วายพลาดจนได้ ล่าสุดก็เจ้าเมลที่ว่า ไทยจะปรับเวลาเพิ่ม 30 นาที อ่านปุ๊บเออน่าสนใจเลยส่งต่อ แต่เมื่อเชคดูภายหลังพบว่ามันเป็นเรื่องโกหกซะงั้น รายการผู้หญิงถึงผู้หญิงก็ชอบหยิบฟอร์เวิดเมลมาอ่านออกอาการ จนเวบพันทิบหยิบมาประณามกันแล้ว จริงๆ ก็ไม่แปลกหรอก เพราะคนไทยใช้เวลาในการอ่านน้อยอยู่แล้ว ไม่พักจะพูดถึงการคิดไตร่ตรอง ชอบที่จะฟัง ไม่ชอบอ่าน พวกคุยข่าวก็มีงานทำเลยทีนี้
ถ้าเป็นเมื่อคราวที่อินเตอร์เนตไม่บูม ฟอร์เวิดเมลที่ว่าคงเปรียบได้ดั่งจดหมายเวียนซึ่งมันพอรับได้หากไม่อัพเกรดตัวเองเป็นจดหมายลูกโซ่ ผมว่าชีวิตที่รอคอยจดหมายในกล่องจดหมายหน้าบ้านเราให้ความหมายกว่าการรับข้อมูลที่ละมหาศาลแล้วส่งต่อไปโดยอ่านมันแค่หัวข้อเรื่อง สังคมทุกวันนี้เรามีคนรู้จักเพิ่มขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน แต่กลับหาคนสนิทที่รู้ใจได้น้อยเหลือเกิน
