ตั้งใจว่าจะไม่มาอัพจนกว่างานจะเสร็จ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ไปลงทะเบียน wireless ของมหา’ลัยมา ก็ใช้สักหน่อย
——————————
เมื่อคืนไปฟังบรรยายจาก Dr.Yassir ในหัวข้อเรื่อง Peace: Internal & External
Dr. แกเป็นคนแอฟริกันเหนือ ไปอยู่อเมริกาตั้งแต่ 15 ปี จบมาทางด้านจิตวิทยา ตอนนี้เป็นอาจารย์สอนอยู่ America Open University และเป็นอิมามอยู่ที่มูลนิธิมุสลิมในเวอร์จิเนีย (จำชื่อไม่ได้แล้ว)
คนจบจิตวิทยาโดยมากแล้วจะพูดเป็นและน่าฟัง จับใจคนฟัง คนนี้ก็เช่นกัน เพราะนอกจากดีกรีทางจิตวิทยาแล้วแกก็ยังมีความรู้ทางภาษาอาหรับและอิสลามอย่างดี จึงทำให้การพูดเมื่อคืนนอกจากน่าฟังแล้วยังมีน้ำหนักน่าเชื่อถือด้วย
มาเข้าเนื้อหาที่ Dr. เอามาถ่ายทอดในเวลาชั่วโมงกว่าๆ กันเลยดีกว่า
Dr. เริ่มด้วยบอกถึงเรื่อง Peace ในบริบทของอิสลาม การกล่าวสลามที่ท่านนบีของเราบอกว่าเป็นเหมือนดุอาอฺ มอบความสันติ ความสงบให้แก่กัน พระนามหนึ่งของพระเจ้าของเราก็คือ อัสสลาม
แกยังอธิบายความหมายของ Peace ต่อไปยังแง่มุมอื่นคือ peace จะเกิดไม่ได้หากไม่มี justice (ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะอิสลามมองต่างจากที่อื่น) ยังไงล่ะจึงจะเรียกว่า justice แกตอบว่า justice ก็คือ หากเรามีกิน คนอื่นๆ ก็ต้องมีกิน หากคนรอบตัวเราอดอยาก ก็ไม่เรียกว่ามีjustice และก็จะไม่นำไปสู่ peace หากเรามีเสื้อผ้าใส่แต่เพื่อนบ้านไม่มี ก็ยังไม่บรรลุถึง justice และ peace
แกยกคำพูดหนึ่งซึ่งน่าฟังและนำไปใช้มากๆ คือ If your action does not reflect what you believe in, what you believe in is nothing.
แกนำเสนอ 5 ขั้นตอนการนำไปสู่ justice และ peace
1. we have to shape social status มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่มีใครดีเด่นกว่าใคร เพราะอัลกุรอานบอกเราว่า มนุษย์ผู้เป็นลูกหลานของอาดัมถูกสร้างมาจากพระเจ้าองค์เดียวกันคืออัลลอฮฺ เราจะไปดูแคลนหรือเลือกปฏิบัติเพียงเพราะเค้ามีศาสนาต่างจากเรา ผิวต่างจากเรา ภาษาต่างจากเรา ล้วนไม่ถูกต้อง
2. we have to shape wealth ในขณะที่ซีกโลกหนึ่งต้องทรมานจากการกินอาหารมากเกินไป อีกซีกโลกหนึ่งคนจำนวนมากกลับต้องทุกข์เพราะไม่มีอาหารกิน (People in another part of the world suffer from eating a lot while a lot of people in others suffer from nothing to eat) จะไม่เกิดสันติภาพหากยังมีความไม่เท่าเทียมกันอยู่
3. we have to shape knowledge ไม่ว่าจะเรียนด้านไหน ให้นำความรู้ด้านนั้นๆ มาทำให้ที่ๆ คุณอยู่เป็นที่ๆ ดีขึ้น เรียนหมอ ทำให้คนมีสุขภาพที่ดี เรียนการธุรกิจ ทำให้การค้าขายยุติธรรมและคุณภาพชีวิตดีขึ้น (Dr. นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจว่า จำนวนคนที่จบปริญญาตรีทั่วโลก มีอยู่แค่ 2% ดังนั้นหากคุณจบปริญญาตรี คุณก็มีโอกาสมากกว่าคนอีก 98%) จงใช้ความรู้ของคุณสร้างโลกที่ดีกว่านี้ขึ้นมา เพราะความรู้คือโอกาส
4. we have to shape power ในเรื่องของอำนาจ หากเราเป็นผู้มีมัน จงใช้มันในการธำรงความยุติธรรม และสร้างสิ่งดีๆ ขึ้นมา
5. we have to shape resposibility เหนือสิ่งอื่นใด คือความรับผิดชอบ ผู้ที่ได้รับอะไรมากกว่าคนอื่น เขาย่อมต้องถูกคาดหวังว่าจะให้มากเท่านั้น จงมีความรับผิดชอบต่อสังคม แสดงสิ่งที่คุณเชื่อออกมา เพราะการกระทำที่ไม่สะท้อนสิ่งที่คุณเชื่อ ย่อมไร้ค่า
Dr. จบการสนทนาด้วย สุภาษิตจีน บทหนึ่งว่า “หากเราทำตัวให้ดี ครอบครัวก็จะดี หากครอบครัวเราดี สังคมก็จะดี เมื่อสังคมดี โลกนี้ก็จะน่าอยู่ขึ้นและมีสันติภาพ”
———————
เสริมๆ มุสลิมผู้เป็นประชาชาติตัวอย่าง คือตัวอย่างในแง่ที่ทุกคนต้องมองเป็นแบบอย่าง มุสลิมทำแบบนั้น ประชาชาิติอื่นก็นำไปเป็นแบบอย่าง นั่นคือตัวอย่างที่แท้จริง ดังนั้นจงนำสิ่งที่เราเชื่อมั่นมาปฏิบัติให้โลกทั้งใบเห็นว่าจะนำมาซึ่งสันติภาพที่แท้ นั่นคือหน้าที่ของเราๆ
sia dai mai dai pai fang…..
ใช่จริงๆๆคนจบจิตวิทยาพูดเป็นและน่าฟังจริงๆๆ
ขนาดอ่านยังยังซาบซึ้ง อยากมีโอกาสมั่งจัง