โรคหลงใหล

จากหนังสือ “การแพทย์ตามแนวทางท่านศาสนทูต ซล.”

เขียนโดย อิมามอิบนิกอยยิม อัลเญาซียะห์

แปลโดย นพ.กษิดิษ ศรีสง่า

——————————–

โรคหลงใหลงมงายเป็นโรคของหัวใจประเภทหนึ่ง แตกต่างจากโรคอื่นๆ ทั่วๆ ไปทั้งในตัวของโรคเอง สาเหตุของโรคและวิธีการรักษามัน ถ้าหากมันเกิดขึ้นและควบคุมคนป่วยแล้วแพทย์จะหนักใจมากในการรักษา และตัวผู้ป่วยเองก็ไมสามารถจะทนกับความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้นได พระองค์อัลลอฮฺ ซบ.ได้เล่าเกี่ยวกับโรคนี้ไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ ในบุคคลสองจำพวกคือ หญิงสาวและเด็กที่ไม่มีหนวด พระองค์ได้เล่าถึงหญิงสาวที่สูงศักดิ์ผู้หนึ่งในเรื่องราวของท่านนบียูซุฟและได้เล่าถึงเกี่ยวกับเผ่าลูตโดยเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมาลาอิกะห์ไปหาท่านนบีลูตว่า

“และพวกที่อยู่ในเมืองนั้น ก็ได้มาหาท่านนบีลูต อย่างยินดี (จากที่มีเด็กหนุ่มเข้ามาในเมือง) ท่าน นบีลูตได้กล่าวกับเขาว่า พวกเหล่านี้เป็นแขกของฉันจงอย่าทำให้ฉันอับอายเลย จงเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์เถิด จงอย่าทำให้ฉันอัปยศ พวกเขากล่าวว่า เราไม่ได้ห้ามท่านไม่ให้ต้อนรับหรือปกป้องแขกหรอกหรือ ท่านนบีลูตกล่าวว่า เหล่านี้คือบรรดาลูกสาวของฉันถ้าหากท่านต้องการแต่งงานด้วยก็จงทำไปเถิด ขอสาบานด้วยชีวิตของท่าน (นบีมุฮําหมัด) แท้จริงพวกเขากำลังตกอยู่ในความมึนเมาและหลงทาง”
(อัลฮิจร, 67-72)

ผู้ที่อ้างอย่างผิดๆ เกี่ยวกับท่านนบี ซล.อย่างไม่เคารพและให้เกียรติเกี่ยวกับเรื่องนางซัยหนับ บินติญะหช์ว่า เมื่อท่านนบี ซล.ได้เห็นนาง ท่านก็กล่าวว่า “ขอสรรเสริญต่อผู้ที่เปลี่ยนแปลงจิตใจได้” ทำให้ท่านเกิดเป็นโรคหลงใหลงมงายขึ้นในจิตใจและได้บอกให้เซด บินฮาริษะห์ให้เก็บนางไว้จนกระทั่งได้มีโองการลงมาว่า

“และเมื่อเจ้าได้กล่าวกับผู้ที่พระองค์อัลลอฮ์ทรงให้ความโปรดปรานแก่เขาและเจ้าก็โปรดปรานเขาว่า จงรักษาภรรยาของท่านไว้ และจงเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์ และในขณะเดียวกันเจ้าได้ซ่อนสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเจ้า ซึ่งอัลลอฮ์จะทรงเปิดเผยมันออกมา และพระองค์อัลลอฮ์นั้นคือผู้ที่เจ้าสมควรจะเกรงกลัวยิ่งกว่า” (อัลอะหซาบ, 37)

มีผู้ที่หลงผิดเข้าใจว่าการที่ท่านศาสนทูต ซล. ได้แต่งงานกับนางนั้นเนื่องจากเกิดความหลงใหลในตัวนางนั่นเอง พวกเขาได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องโรคหลงใหลงมงายขึ้น และได้กล่าวถึงโรคหลงใหลงมงายในบรรดานบีของอัลลอฮ์และกล่าวอ้างเหตุการณ์นี้ สิ่งนี้เป็นความเขลาของผู้เขียนโดยแท้ที่ไม่รู้จักศาสนทูตของอัลลอฮ์และอัลกุรอานดีพอ และใส่ไคล้ต่อดำรัสของอัลลอฮ์ ซบ. ในสิ่งที่ไม่เป็นจริงและกล่าวพาดพิงไปถึงท่านศาสนทูตในทางเสื่อมเสียทั้งๆ ที่ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ เดิมท่านหญิงซัยหนับ บินติญะหช์นั้นเป็นภรรยาของท่านเซด บินฮาริษะห์ที่ท่านนบี ซล. ได้ยกย่องให้เป็นบุตรบุญธรรมของท่าน มีชื่อเรียกว่าเซด บินมุฮำหมัด ท่านหญิงซัยหนับไม่มีความยินดีกับท่านเซดและท่านเซดต้องการทที่จะหย่าร้างเธอจึงไปปรึกษาท่านศาสนทูต ซล.ท่านจึงกล่าวว่า “จงเก็บรักษาภรรยาของท่านไว้และจงเกรงกลัวอัลลอฮ์เถิด” และได้ปิดบังความรู้สึกในใจที่ท่านต้องการจะแต่งงานกับนางหลังจากที่เซดหย่าร้างแล้วเนื่องจากกลัวผู้อื่นตำหนิติเตียนเรื่องแต่งงานกับอดีตภรรยาของลูกชายตัวเองเพราะเซดถูกถือเป็นลูกของท่าน สิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกปกปิดอยู่ในใจของท่านนบี ซล. นั่นคือความกลัวผู้อื่นจะตำหนิติเตียน ด้วยเหตุนี้พระองค์อัลลอฮ์ ซบ.จึงได้ลงอายะห์นี้มา เป็นการเพิ่มความโปรดปรานต่อท่านนบีไม่ได้เพื่อตำหนิหรือลงโทษท่าน และได้ชี้ให้ท่านนบี ซล. เห็นว่าไม่สมควรที่จะกลัวผู้คนเหล่านั้นในสิ่งที่พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ทรงอนุญาต และพระองค์อัลลอฮ์ ซบ.ต่างหากคือผู้ที่ท่านนบี ซล.ควรกลัวมากกว่า ไม่ควรกลัวมนุษย์ติเตียนในสิ่งที่อัลลอฮ์ ซบ.อนุญาต หลังจากนั้นพระองค์ก็ได้บอกข่าวกับท่านนบี ซล. ว่า พระองค์ได้แต่งนางให้กับท่านหลังจากสิ้นสุดระยะการหย่าร้างแล้วเพื่อเป็นแนวทางให้กับบรรดาสาวกและประชาชาติของท่านได้ทำตาม นั่นคือการแต่งงานของชายคนหนึ่งกับหญิงที่เป็นอดีตภรรยาของบุตรบุญธรรม ไม่ใช่บุตรในสายเลือดตนเอง ด้วยเหตุนี้พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. จึงได้กล่าวไว้ในอัลกุรอ่านที่ห้ามแต่งงานไว้ว่า

“บรรดาหญิงของลูกชายของท่าน ที่เกิดจากสายเลือดของท่าน” (อันนิซาอ, 23)

และอัลกุรอ่านที่ว่า

“มุฮําหมัดนั้นมิใช่บิดาของชายคนใดในหมู่พวกเจ้า” (อัลอะหซาบ, 40)

และอัลกุรอ่านที่ว่า

“และจงอย่าแต่งตั้งบุตรบุญธรรมของท่านให้มาเป็นบุตรที่แท้จริงของท่าน นั่นเป็นเพียงคำพูดของท่านที่ออกจากปากเท่านั้น” (อัลอะหซาบ, 4)

เหล่านี้เป็นการขจัดสิ่งที่เป็นมลทินต่อท่านนบี ซล. ที่พวกผู้ไม่หวังดีได้ก่อขึ้นมา และพระองค์อัลลอฮ์ ซบ. คือผู้ที่ทำให้สำเร็จผลเสมอ แน่นอนท่านนบี ซล. รักภรรยาของท่านและผู้ที่ท่านรักมากที่สุดคือท่านหญิงอาอิชะห์ รด. แต่ความรักเหล่านั้นมิได้เทียบเท่าความรักที่ท่านมีต่อพระผู้เป็นเจ้าของท่าน สมจริงดังที่ท่านได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าหากฉันต้องแต่งตั้งผู้แทนของฉันในโลกนี้แล้ว ฉันก็จะแต่งตั้งอบูบักรให้เป็นผู้แทนของฉัน” (ซอเฮียะหบุคอรี, 3656) และในคำพูดที่ว่า “แท้จริงเพื่อนของท่าน (หมายถึงตัวท่านนบี ซล. เอง) คือตัวแทนของพระผู้เป็นเจ้าผู้ที่มีเมตตา” (ซอเฮียะห์มุสลิม, 6/2383)

ความหลงใหลงมงายในรูปนั้นจะเกิดผลร้ายกับผู้ที่หัวใจของเขาไม่มีความรักในพระองค์อัลลอฮ์ ซบ.เท่านั้น ผู้ที่ผินหลังให้กับพระองค์ ผู้ที่นับถือสิ่งอื่นนอกเหนือจากพระองค์ เมื่อใดก็ตามที่หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักในอัลลอฮ์ ซบ. และจดจ่ออยู่กับการกลับไปหาพระองค์แล้ว ความรักนั้นจะผลักดันให้โรคหลงใหลงมงายในรูปต่างๆ หลุดพ้นไปจากเขา ด้วยเหตุนี้พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. จึงได้กล่าวไว้เกี่ยวกับท่านนบียูซุฟความว่า

“เช่นนี้แหละที่เราได้ทำให้สิ่งชั่วร้ายต่างๆ และความเสื่อมเสียจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ผิดๆ นั้นหลุดพ้นไปจากเขา แท้จริงเขานั้นเป็นหนึ่งจากบรรดาบ่าวที่มีจิตใจบริสุทธิ์ของเรา”
(ยูซุฟ, 24)

และได้ชี้ให้เห็นว่าความบริสุทธิ์ใจนั้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ช่วยขจัดความหลงใหลและสิ่งชั่วร้ายที่ตามมาหลังจากนั้น รวมทั้งความเสื่อมเสียต่างๆ ให้หมดไป เมื่อสาเหตุถูกขจัดออกตัวโรคก็จะหายไป ด้วยเหตุนี้พวกสลัฟรุ่นก่อนๆ บางท่านจึงกล่าวว่า “ความหลงใหลนั้นคืออาการแสดงของหัวใจที่ว่างเปล่าจากความรัก” พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ได้ทรงตรัสไว้ว่า

“และจิตใจของมารดาของมูซาก็ว่างเปล่า และเกือบจะเปิดเผยเกี่ยวกับตัวมูซาออกมา” (อัลกอซอซ, 10) นั่นคือว่างเปล่าจากทุกๆ สิ่งนอกจากเรื่องของมูซาอย่างเดียว เนื่องจากความรักอย่างสุดซึ้งที่มีต่อท่านนบีมูซาและความต้องการที่จะพบหน้าเขา

ความหลงใหลงมงายประกอบด้วยสองอย่าง คือ ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่หลงใหลอยู่และความอยากที่จะพบหน้าเขา เมื่ออย่างหนึ่งอย่างใดหายไปความหลงใหลงมงายนั้นก็จะหายไปด้วย โรคหลงใหลงมงายได้เกิดกับผู้มีสติปัญญาหลายท่านและเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้เขาพูดเกี่ยวกับมันได้อย่างแปลกประหลาด เราขอกล่าวว่า วิทยปัญญาของพระผู้เป็นเจ้านั้นได้กำหนดมาแล้วในสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง และในงานที่พระองค์ทรงทำขึ้น ให้มีความคล้ายคลึงกันระหว่างคนกับสิ่งถูกสร้างต่างๆ คนหรือสิ่งที่เหมาะสมกันที่เข้ากันได้กับตัวเขาหรือสิ่งนั้นมันก็จะดึงดูดกัน ส่วนคนหรือสิ่งที่เข้ากันไม่ได้ก็จะผลักดันเขาหรือสิ่งนั้นให้หนีมันไป ความลับของความกลมกลืนความเกี่ยวพันกันในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ทั้งสิ่งที่อยู่เบื้องบนหรือสิ่งที่อยู่เบื้องล่างก็ตามนั้น ก็เกิดจากความคล้ายคลึงกัน ความเหมาะสมกัน ของสิ่งต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมานั่นเอง ความลับที่อธิบายถึงสิ่งที่ต้องแยกกันไปก็เกิดจากความไม่เข้ากันไม่เหมาะสมกันนั่นเอง ด้วยสิ่งเหล่านี้เองที่ก่อเกิดเป็นสิ่งที่ถูกสร้างและการงานต่างๆ ขึ้นมา สิ่งที่เหมือนกันจะวิ่งเข้าไปหากันส่วนสิ่งที่ตรงข้ามกันก็จะหลีกหนีจากกัน พระองค์อัลลอฮ์ ซบ.ได้ทรงกล่าวไว้ว่า

“พระองค์คือผู้ทรงสร้างพวกท่านขึ้นมาจากชีวิตเดียว และด้วยชีวิตเดียวนั้นพระองค์ได้สร้างคู่ของมันขึ้นมา เพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข” (อัลอะอ์รอฟ, 189)

พระองค์อัลลอฮ์ ซบ.ได้ทรงให้เราทราบถึงสาเหตุที่ชายถูกดึงดูดให้เขาไปหาหญิงของเขาก็เนื่องจากตัวของนางเกิดมาจากตัวเขาและพลังของเขา ความดึงดูดนั้นเกิดจากความรักในตัวนางซึ่งกำเนิดมาจากตัวเขานั่นเองเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าสาเหตุของการดึงดูดนั้นไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเข้ากันได้มีความเห็นที่ตรงกัน ทรรศนะที่ตรงกัน จุดมุ่งหมายที่เหมือนกัน ท่าทางแนวทางที่คล้ายกัน ทั้งหมดนี้รวมเข้าด้วยกันจึงจะเกิดความรักและความดึงดูดระหว่างกันได้

ได้ยืนยันในหนังสือ “ซอเฮียะห์” จากท่านนบี ซล.กล่าวว่า “จิตวิญญาณนั้นเหมือนกับทหารเกณฑ์ เมื่อพบกับผู้ที่คล้ายคลึงกันหรือคนรู้จักกันก็จะหันหน้าเข้าหากัน เมื่อพบกับผู้ที่แตกต่างกันก็จะอยู่ห่างๆ กันไป” (ซอเฮียะห์บุคอรี, 3336) ในหนังสือมุสนัดของอิหม่ามอะห์หมัดได้กล่าวถึงสาเหตุของหะดีษนี้ว่า หญิงสาวชาวเมืองมักกะห์นั้นมักจะทําให้คนทั่วๆ ไปรู้สึกอารมณ์ดีเสมอ เมื่อพวกนางมายังเมืองมะดีนะห์ พวกนางก็มักจะพักอยู่กับหญิงมะดีนะห์ที่ชอบทำให้ผู้อื่นอารมณ์ดีเหมือนพวกนาง ด้วยเหตุนี้ท่านนบี ซล.จึงได้กล่าวว่า “จิตวิญญาณนั้นเหมือนทหารที่ฝึกใหม่” (ซอเฮียะห์ อะห์หมัด, 295/2)

หลักกฎหมายของพระองค์อัลลอฮ์ซบ.นั้นเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แน่นอนแล้ว แนวทางการตัดสินสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมเป็นแนวทางเดียวกับการตัดสินสิ่งอื่นๆ ที่คล้ายกัน ไม่มีการแบ่งแยกหรือแตกต่างกันในหลักกฎหมายของพระองค์ ถ้าเป็นสิ่งที่เหมือนกันและไม่มีการรวมกันในสิ่งที่ตรงข้ามกัน ผู้ใดคิดผิดไปจากนี้อาจเนื่องจากความรู้ในหลักกฎหมายอิสลามนั้นมีน้อยเกินไปหรืออาจจะเกิดจากการขาดความรอบรู้ของเขาในเรื่องความเหมือนและความแตกต่างของสรรพสิ่งก็ได้ หรืออาจจะเกิดจากการพาดพิงไปยังกฎหมายเหล่านั้นในสิ่งที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย หรือเป็นเพียงความเห็นของคนเพียงคนเดียวที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใดๆ ด้วยวิทยปัญญาของพระองค์ ความเที่ยงธรรมของพระองค์ก่อให้เกิดสรรพสิ่งที่ถูกสร้างและหลักกฎหมายศาสนาขึ้น และด้วยความเที่ยงธรรมและตาชั่งนี้สรรพสิ่งและกฎหมายต่างๆ จึงดำรงอยู่ นั่นก็คือความเท่าเทียมกันระหว่างสองสิ่งที่เหมือนกันและความแตกต่างกันในสิ่งที่ไมเหมือนกัน เช่นเดียวกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในโลกดุนยานี้แม้แต่ในโลกอาคิเราะห์ก็เป็นเช่นเดียวกัน ดังดำรัสของพระองค์อัลลอฮ์ ซบ.ว่า

“จงไปอยู่รวมเป็นกลุ่มเดียวกันสำหรับผู้ที่ทุจริตและคู่ครองของเขาและสิ่งที่เขาได้เคารพบูชานอกเหนือไปจากอัลลอฮ์ และจงนำเขาไปสู่หนทางเปลวไฟที่ลุกโชน (นรก)” (อัซซอฟาต, 22-23)

ท่านอุมัร บินคอตตอบ รด. และท่านอิหม่ามอะห์หมัดได้กล่าวว่า คำว่าคู่ครองของเขาคือสิ่งที่เหมือนกับตัวเขาหรือสิ่งที่เขาดูแลนั่นเอง และดำรัสของอัลลอฮ์ ซบ.ที่ว่า
“และเมื่อชีวิตทั้งหลายถูกทำให้มีคู่” (อัตตักวีร 7)

นั่นคือการนำเจ้าของการงานต่างๆ มาผูกพันกันกับคู่ของเขา ผู้ที่ผูกพันกันด้วยความรักในอัลลอฮ์ ซบ.ก็จะได้เข้าสรวงสวรรค์ ส่วนผู้ที่ผูกพันกันด้วยความรักต่อมารร้ายก็จะตกไปยังนรก ดังนั้นคนๆ หนึ่งจะต้องไปกับคู่ของเขาไม่ว่าเขาจะอยากไปหรือไม่ก็ตาม ในหนังสือ “มุสตัดริดอัลฮากิม” ได้เล่าหะดีษจากท่านนบี ซล.ว่า “ชายคนหนึ่งจะไม่รักคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดนอกจากจะต้องไปรวมกลุ่มอยู่กับพวกนั้น” (ระดับดี อะห์หมัด, 145/6)

ความรักนั้นมีหลายอย่างหลายระดับ ความรักที่ประเสริฐที่สุดและน่าสรรเสริญที่สุดคือ ความรักในอัลลอฮ์ ซบ. และเพื่ออัลลอฮ์ ซบ. หมายความว่าเขาจะต้องรักในสิ่งที่พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ทรงรัก และรักในอัลลอฮ์ ซบ. และศาสนทูตของพระองค์

ความรักอีกชนิดหนึ่งคือความรักเนื่องจากมีหนทางร่วมกันหรือมีศาสนาเดียวกัน หรือมีมัซฮับมีนิกายเดียวกัน หรือเป็นญาติใกล้ชิดกัน หรือทำงานแบบเดียวกัน หรือมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

ความรักอีกชนิดหนึ่งคือ ความรักในสิ่งที่อีกฝ่ายนั้นมีอยู่ เช่นตำแหน่งหน้าที่ ทรัพย์สิน ความรู้หรือคำแนะนำ หรือสิ่งใดๆ ที่เขาปรารถนา ความรักแบบนี้คือความรักต่อวัตถุต่อสิ่งที่เห็น และจะหมดรักได้เมื่อสิ่งที่รักนั้นหมดไป จากคู่ที่ตนกำลังรักอยู่หรือเมื่อได้ดังจุดประสงค์แล้ว แท้จริงผู้ใดก็ตามที่รักในวัตถุย่อมหมดรักทันทีที่สมประสงค์แล้วส่วนความรักต่อรูปร่างหรือความเข้ากันได้ระหว่างคนรักทั้งสอง ความรักนั้นยังคงอยู่ตราบเท่าที่ผู้ถูกรักยังมีคุณสมบัตินั้นๆอยู่ ความรักแบบหลงใหลงมงายจัดเป็นความรักในแบบนี้ มันคือความรู้สึกดีๆ ของจิตวิญญาณที่มีต่อกัน มันคือการผสมผสานกันทางจิตใจ ไม่มีโรคใดๆ จะทำให้เกิดความฟุ้งซ่าน วุ่นวายใจ ความรู้สึกเป็นเจ้าของอยากครอบครองหรือแม้แต่ความวิบัติเสียหายได้มากเท่ากับความรักแบบหลงใหลงมงายแล้ว มีบางคนพูดว่า ถ้าหากต้นเหตุของความหลงใหลงมงายเกิดจากการติดต่อสัมพันธ์กันของวิญญาณและความมีทรรศนะที่เหมือนๆ กันดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เพราะเหตุใดเล่าความรู้สึกนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายอย่างเท่ากันเสมอไป แต่กลับมากมายกว่าในผู้ที่เป็นโรคหลงใหลงมงาย ถ้าหากสาเหตุมันเป็นจากการติดต่อสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณ ความมีทรรศนะที่เหมือนกัน รสนิยมที่คล้ายกันของทั้งสองฝ่ายแล้ว ความรักก็ควรจะเกิดร่วมกันทั้งสองฝ่ายเท่าๆกันไม่ควรมีความรักข้างเดียวเกิดขึ้นได้ คำตอบในเรื่องนี้คือ สาเหตุที่เกิดขึ้นย่อมแตกต่างกันไปตามตัวต้นเหตุ เมื่อกฎเกณฑ์บางอย่างเปลี่ยนไปหรือมีอุปสรรคบางอย่างมาขวางกั้นไว้ ความแตกต่างกันในคู่รักฝ่ายหนึ่งกับอีกฝ่ายหนึ่งหรือความรักเพียงข้างเดียวน่าจะมีสาเหตุมาจากสามประการคือ

หนึ่ง เกิดจุดบอดขึ้นในคนรักคนหนึ่ง เช่นเขาอาจจะเป็นแคเกิดความรักทางวัตถุของอีกฝ่ายหนึ่งไม่ใช่รักในตัวของคู่รัก และความรักทางวัตถุนั้นไม่จำเป็นต้องมีความรักร่วมกันทางวิญญาณ แต่ต้องมีสิ่งที่เขารักร่วมอยู่ด้วยเท่านั้น

สอง มีสิ่งขวางกั้นในตัวของผู้รักกั้นไม่ให้เขารักคู่รักของเขาได้อย่างเต็มที่ จากรูปร่างของเขา จากนิสัยใจคอของเขา หรือการกระทำบางอย่างของเขา หรือด้วยตำแหน่งบางอย่างของเขา

สาม มีสิ่งขวางกั้นเกิดขึ้นในผู้ที่ถูกรักทำให้เขาไม่สามารถร่วมความรักกับคู่รักของเขาได้อย่างเต็มที่ตามต้องการ ถ้าหากไม่มีสิ่งขวางกั้นดังกล่าวแล้วเขาก็จะมีความรักกันได้อย่างเต็มที่ กลายเป็นความรักในตัวของทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่

ความหยิ่งยโส อวดใหญ่อวดโต ความอิจฉาริษยา ความเสียดายในความเป็นหัวหน้าในพวกผู้ปฏิเสธเป็นสิ่งขวางกั้นไม่ให้เขาเกิดความรักในตัวท่านศาสนทูต ซล. ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ท่านศาสนทูตก็จะกลับกลายเป็นที่รักยิ่งของพวกเขาเสียยิ่งกว่าตัวของเขาเอง ครอบครัวของเขา ทรัพย์สมบัติของเขา เนื่องจากสิ่งขวางกั้นเหล่านั้นได้หลุดไปแล้วนั่นเอง

การรักษาโรคหลงใหลงมงาย

จุดมุ่งหมายโรคหลงใหลงมงายเป็นโรคๆ หนึ่ง ดังนั้นย่อมต้องมีวิธีการรักษาได้ มีวิธีการหลายอย่างที่จะรักษามันถ้าหากผู้ที่เป็นโรคหลงใหลงมงายนั้นได้พบหนทางที่จะแต่งงานอยู่กินกับผู้ที่เขารักได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เขาก็จะหายจากโรคนั้นไป เช่นดังที่กล่าวไว้ในหะดีษ “ซอฮีเฮน” จากท่านอิบนิมัสอูด รด.กล่าวว่า ท่านศาสนทูต ซล. ได้กล่าวว่า “โอ้บรรดาชายหนุ่มทั้งหลายผู้ใดในหมู่พวกเจ้ามีความสามารถที่จะแต่งงานก็จงแต่งงานเสียเถิด ถ้าหากยังไม่มีความสามารถนั้นก็จงถือศีลอดเสีย นั่นจะเป็นเครื่องป้องกันได้” ท่านนบี ซล. ได้ชี้ให้เห็นแนวทางการรักษาโรคหลงใหลถึงสองแนวทางด้วยกัน คือ รักษาต้นเหตุและรักษาด้วยการทดแทน พระองค์ทรงใช้ให้รักษาที่ต้นเหตุก่อนนั่นจะเป็นการรักษาโรคที่ได้ผลที่สุดถ้าหากสามารถหรือมีหนทางที่จะทำได้ มีรายงานจากท่านอิบนิมาญะห์ในหนังสือ “สุนัน” ของเขา จากท่านอิบนิอับบาส รด. จากท่านนบี ซล. ได้กล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นสิ่งใดที่จะดีแก่ผู้ที่รักกันมากกว่าการได้แต่งงานกัน” นี่คือความหมายที่พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ได้ชี้ให้เราเห็นในการอนุญาตให้แต่งงานกับหญิงสาวไม่ว่าจะเป็นเสรีชนหรือเป็นทาสถ้าหากต้องการ ดังในอัลกุรอ่านที่ว่า

“พระองค์อัลลอฮ์ทรงประสงค์ที่จะผ่อนเบาให้กับพวกเขา และมนุษย์นั้นถูกสร้างมาในสภาพที่อ่อนแอ” (อันนิซาอ์, 28 )

นั่นคือพระองค์ทรงผ่อนผันให้กับมนุษย์ในเรื่องนี้ ได้ทรงบอกเล่าถึงความอ่อนแอของมนุษย์ เป็นการชี้ให้เห็นถึงความอ่อนแอของเขาที่จะต่อต้านกับความใคร่ได้ ด้วยเหตุนี้พระองค์อัลลอฮ์ ซบ.จึงได้ผ่อนผันให้กับเขา ด้วยการอนุญาตให้เขามีหญิงที่ดีได้ หนึ่ง สอง หรือสาม หรือสี่ อนุญาตให้เขาตามความต้องการของเขาในผู้ที่อยู่ในปกครองของเขา (ทาส) และอนุญาตให้แต่งงานกับทาสได้ถ้าหากเขาต้องการเช่นนั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษากิเลสความใคร่อันนี้เอง เป็นการผ่อนผันให้กับสิ่งถูกสร้างที่มีแต่ความอ่อนแอ เป็นความเมตตาของพระองค์โดยแท้

ถ้าหากเขาไม่มีทางแต่งงานกับผู้ที่เขารักได้ไม่ว่าเพราะด้อยความสามารถ หรือมีเหตุทางกฎหมายที่ไม่อาจแต่งงานได้ หรือเป็นทั้งสองอย่างรวมกัน โรคหลงใหลงมงายก็จะรุนแรงขึ้นรักษายากขึ้น การรักษาอีกประการหนึ่งก็คือ การเกิดความรู้สึกสิ้นหวังในความรักนั้น จิตใจที่สิ้นหวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแน่นอนแล้วก็จะค่อยๆ ผ่อนคลายลงไปเอง และจะไม่ผูกพันกับมันอีก แต่ถ้าหากโรคหลงใหลยังไม่หายไปด้วยวิธีทำให้สิ้นหวังแล้ว มันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของคนๆ นั้นอย่างมากมาย จำต้องใช้การรักษาชนิดอื่นๆ มาช่วย นั่นคือการรักษาด้วยสติปัญญาด้วยการรับรู้ว่าการที่นำหัวใจไปผูกพันกับสิ่งที่ไม่มีทางจะสมหวังได้นั้นเป็นความบ้าอย่างหนึ่ง ผู้ที่มีความรู้สึกนั้นก็เป็นเช่นเดียวกับผู้ที่รู้สึกหลงใหลในดวงอาทิตย์ จิตใจเขาผูกพันที่จะขึ้นไปหามันและโคจรร่วมกับมันในจักราศี แน่นอนผู้ที่เป็นเช่นนี้คือคนบ้า ถ้าหากไม่มีโอกาสแต่งงานกันนั้นเป็นเพราะมีเหตุทางด้านกฎหมาย ศาสนาไม่อนุญาต ไม่ได้เกิดจากความไม่พร้อมของตัวผู้ที่รักแล้ว การรักษานั้นก็เช่นกับที่เกิดกับผู้ไม่มีความสามารถทางกายเช่นกัน นั่นคือต้องทำความเข้าใจกับตัวเองให้ได้ว่านั่นเป็นสิ่งที่พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ไม่ทรงอนุญาต ดังนั้นในฐานะบ่าวของอัลลอฮ์ ซบ.จึงควรต้องห่างไกลมันไป และคิดว่ามันเป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ การละทิ้งมันไปนั้นเนื่องด้วยเหตุสองประการ คือ ความกลัวจากโทษทัณฑ์ที่จะได้รับจากการกระทำที่ต้องห้ามและการขาดผู้ที่รัก การทำเช่นนี้จะดีและมีประโยชน์สำหรับเขามากกว่า ผู้มีสติปัญญาย่อมพิจารณาได้และชั่งน้ำหนักได้ระหว่างการสูญเสียความรักชั่วแล่นกับการสูญเสียความรักที่ยั่งยืนกว่ายิ่งใหญ่กว่ามีประโยชน์กว่า เมื่อเห็นได้ชัดแล้วเขาย่อมไม่ยอมแลกความรักและความสุขที่ยั่งยืนกว่า ไม่มีอันตรายใดๆ กับความสุขเพียงชั่วคืนหรือไม่กี่ชั่วโมงเหมือนการนอนหลับฝันที่ให้ความสุข และรสชาติที่ประทับใจเพียงชั่วคราวย่อมหายไปเมื่อยามตื่นและกลับกลายเป็นความเหนื่อยอ่อน ความใคร่ก็กลับกลายเป็นความทุกข์ไป

ผู้ป่วยต้องพยายามเข้าใจให้ได้ว่าถ้าหากเขาทำสิ่งที่ต้องห้ามดังกล่าวเขาก็จะได้รับความเกลียดชังจากพระผู้เป็นเจ้าแทน และสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เลวร้ายกว่าการสูญเสียสิ่งที่เขารักไป ดังนั้นการสูญเสียของเขาจึงกลับทวีคูณขึ้นกว่าเดิมนั่นคือสูญเสียสิ่งที่เขาไขว่คว้าไว้และได้รับผลเป็นความเกลียดชังในภายหลัง เมื่อเขารู้เช่นนี้แล้วความเจ็บปวดจากการสูญเสียของรักก็จะลดลง จิตใจของคนไข้จะเริ่มสงบลง จิตใจที่ดี ศาสนาที่ถูกต้อง เกียรติยศและศักดิ์ศรีในตัวมนุษย์ จะช่วยให้ผู้ป่วยอดทนได้และสามารถเผชิญกับการสูญเสียสิ่งที่รักนั้นได้ดีขึ้น ไม่นานนักผู้ป่วยก็จะเริ่มหาความสุขได้ เริ่มมีความพอใจและสบายใจในที่สุด ในทางตรงกันข้าม ความดื้อรั้น ความอยุติธรรม ความไม่เป็นผู้ใหญ่พอ สิ่งเหล่านี้ก็จะผลักดันเขาให้ทำในสิ่งที่ได้ประโยชน์น้อยกว่าและเขาก็จะได้รับผลแห่งการกระทำนั้นเอง ผู้ที่พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ทรงสร้างภูมิคุ้มกันให้ย่อมปลอดภัยในบั้นปลายเสมอ

ถ้าหากเขาไม่ยอมรับการรักษาดังกล่าว ไม่เชื่อฟังวิธีการรักษานี้ก็ขอให้เขาพิจารณาดูผลที่จะเกิดขึ้นจากการทำตามความใคร่ของตัวเองว่าจะให้ความเสื่อมเสียเช่นไรกับตัวเขา ทำให้เขาไม่ได้พบกับสิ่งประเสริฐ มันจะทำให้เกิดผลเสียอย่างยิ่งในโลกนี้ และจะทำให้ผลดีที่เขาควรจะได้รับต้องล่าช้าลง ให้เขาคิดถึงทางนำที่พระผู้เป็นเจ้าใช้และความประเสริฐที่ยั่งยืนกว่าที่เขาจะได้รับ ถ้าเขายังไม่ยอมรับการรักษานี้ ก็ขอให้เขานึกถึงความน่าเกลียดของสิ่งที่เขารักดูบ้างว่าเขาจะได้รับสิ่งที่น่าเกลียด ความไม่ดีอะไรบ้างหากเขายังต้องการผู้ที่เขารักและหวังในตัวเธอ เขาจะพบว่าการคิดเช่นนี้จะช่วยลดความดีงามที่เขามองเห็นจากคนที่เขารักซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขารักเธอให้ลดลงไป และให้เขาถามเพื่อนบ้านของเขาในสิ่งที่พวกเหล่านั้นอาจจะปกปิดไว้เกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ดีของเธอ ความดีงามเป็นสิ่งดึงดูดให้เกิดความรักและความต้องการ ส่วนความชั่วร้ายเป็นสิ่งที่นำไปสู่ความโกรธเกลียดและหนีห่างไป ให้เขาได้ชั่งน้ำหนักดูระหว่างสองอย่างนี้เพื่อเขาจะได้เลือกหนทางที่ดีสำหรับเขามากกว่า เขาต้องไม่เป็นเหมือนดั่งผู้ที่ถูกหลอกลวงด้วยความสวยงามของสีผิวบนเรือนกายที่เป็นโรค หรือผู้ที่มีรูปร่างสวยงามแต่จิตใจภายในเต็มไปด้วยความชั่วร้าย

ถ้าหากวิธีการรักษาเหล่านี้ยังไมสามารถจะช่วยเขาได้ก็ไม่เหลือสิ่งใดที่เขาจะหลีกลี้ไปหานอกจากพระผู้เป็นเจ้าผู้ที่จะช่วยเขาเสมอเมื่อเขาได้ร้องขอ และจะต้องนำตัวเขาเข้าไปสู่เบื้องหน้าของพระองค์ ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ด้วยความสุภาพและถ่อมตัว เมื่อใดก็ตามที่เขาได้ทำดังนี้แล้วประตูแห่งความสำเร็จย่อมเปิดให้กับเขา เมื่อประสบความสำเร็จแล้วเขาก็จะต้องอภัยโทษให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และเก็บไว้เป็นความลับไม่มีการเปิดเผยความลับของคนที่เคยรักต่อคนอื่นๆ ไม่ทำให้เขาต้องอับอายหรือเป็นอันตราย มิฉะนั้นเขาก็คือผู้ทุจริตอยุติธรรมนั่นเอง

Categories: ของเก่า | Tags: , , , , , , | 1 ความเห็น

Post navigation

One thought on “โรคหลงใหล

  1. P'noojeed

    อ่านค้างอยู่….เดี๋ยวมาต่อ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com . Theme: Adventure Journal by Contexture International.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.