Homesick

พฤศจิกายน 9, 2009

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากฝนที่ตกลงมาหนักมากแล้ว ตัวผมเองเป็นอะไรก็ไม่รู้

หัวใจห่อเหี่ยวมากมาย ทำอะไรไม่ได้เลย รู้สึกเศร้าเหงาหงอยตลอดเวลา

จนต้องตัดสินใจกลับบ้านให้ได้ซะเดี๋ยวนั้น

และเมื่อกลับบ้านก็รู้เลยว่า ที่ตัวเองเป็นคือโรคคิดถึงบ้านนี่เอง

…………..

ใครจะนึก ว่าหนุ่มวัย 26 ปี จะเกิดอาการ homesick ได้

ไม่ได้เป็นโรคนี้นานมากแล้ว นานขนาดที่ลืมไปว่า คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการเป็นอย่างไร

กลับบ้านไปคราวนี้ จึงรู้สึกมีความสุขมากกว่าครั้งไหนๆ

อาหารง่ายๆ อย่างไข่เจียวกับแกงปลา กลับเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในโลก

ค่ำคืนนั้นจึงรู้สึกดีใจมากมายที่เรามีบ้านให้กลับ มีคนที่เรารักรอเราอยู่เสมอ

หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมก็พูดคุยให้พ่อและแม่ฟัง ถึงเรื่องราวตลอดสองสัปดาห์ที่ตนได้ไปประสบพบเจออะไรมาบ้าง

บ่นๆ ให้ท่านทั้งสองฟัง บอกปัญหาที่พบเจอโน่นนี่ ท่านก็แนะนำตามประสบการณ์ที่เคยได้เจอมา

ไม่รู้พ่อแม่จะสังเกตมั้ยว่า คืนนั้นลูกชายพูดมากกว่าปกติ

กลับบ้านคราวนี้ ผมก็เลยรู้สึกรักบ้าน รักครอบครัว มากกว่าคราวไหนๆ

กลับมาทำงานคราวนี้ หัวใจเลยไม่หดหู่แล้ว

Nostalgia :: คิดถึงบ้าน…

พฤศจิกายน 8, 2009

โดย..อบูฟิกรฺ

o “นี่เป็นเช้าที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่เราจากบ้านมา” ซุเบร ชายหนุ่มวัย 20 ปลายๆ บ่นกับตนเอง เขาออกจากบ้านมาเพื่อทำภารกิจบางอย่าง เขาตะลอนๆ ทำงานไปหลายๆ ที่ หลายๆ หมู่บ้าน กว่าจะเสร็จธุระในวันนี้ก็เกือบๆ ตีห้าของวันใหม่ เขาเดินทางกลับที่พักท่ามกลางความเงียบของเช้ามืด ระหว่างทางเขาคิดถึงเรื่องราวในวันเก่าๆ วันเวลาที่เขามีภรรยาและลูก แต่ ณ ตอนนี้มันเป็นความทรงจำที่เลือนลางเต็มที เขาจากบ้านมานานมาก และยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน กลับไปหาครอบครัวของเขา

เสียงอาซานดังขึ้น เขาตื่นขึ้นจากภวังค์ความคิด “นานมากแล้วสินะ ที่เราไม่ได้ยินเสียงนี้ และนานมาแล้วสินะที่ไม่ได้ไปมัสยิด” เขาคิด “อย่าว่าแต่ไปมัสยิดเลย นี่นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้ละหมาด” ทัน ใดนั้นเขาเห็นเด็กๆ กลุ่มหนึ่งวิ่งตัดหน้าเขาไป เด็กคนนึงวิ่งมาชนเขา คงเพราะเด็กคนนี้รุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายคนเดียวของเขากระมัง เขารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เด็กคนนั้นเงยหน้ามาพูดกับเขาว่า “เร็วๆ สิน้า เดี๋ยวก็ไปละหมาดไม่ทันหรอก” คงยังมืดอยู่ซุเบรเลยมองหน้าเด็กคนนั้นไม่ชัดนัก เขากลับละอายใจตนเองพลางเดินตามเด็กคนนั้นไป

o เสียง อาซานตอนเช้ามืดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบของยามเช้าในหมู่บ้านมุสลิมเล็กๆ กลางเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง ชายแก่คนนึงจัดแจงสวมเสื้อผ้า คว้าหมวกใบเก่า ออกจากบ้านเดินตรงไปยังมัสยิดประจำหมู่บ้าน ที่มาของเสียงเรียกไปสู่การเคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้า

ทุกๆ เช้า ชายแก่จะมานำละหมาดซุบฮฺ (ละหมาดยามรุ่งอรุณ) โดยมีชายหนุ่มในหมู่บ้านอีก 5-6 คน ละหมาดตาม แต่ช่วงหลังมานี้มีเด็กหนุ่มและเด็กเล็กๆ มาละหมาดเพิ่มขึ้น คงเป็นช่วงปิดภาคเรียนกระมัง คนจึงเยอะเป็นพิเศษ

หลัง ละหมาดเขาจะนั่งเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับศาสนา ให้กับคนที่สนใจฟัง เด็กๆ ชอบที่จะฟังประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประวัติของบรรดานบี วันนี้ก็เช่นกัน

“แชๆ วันนี้จะเล่าเรื่องอะไรหรือคับ” มุมิน เด็กน้อยคนหนึ่งพูดขึ้นมา เขาจะรีบตื่นนอนมามัสยิดทุกเช้า และรอเรื่องราวต่างๆ จากแช

ชายแก่ยิ้ม “วันนี้แชจะเล่าเรื่องนบีอาดัม ใครรู้บ้างนบีอาดัมเป็นนบีคนที่เท่าไหร่”

“คนแรกครับ อัลลอฮฺสร้างท่านจากดิน” ฮะซัน เด็กร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่มชิงพูดขึ้นมา

“ใช่แล้ว เมื่อแรกที่อัลลอฮฺจะสร้างมนุษย์ มีมลาอิกะฮฺและญิน อยู่ก่อนแล้ว มลาอิกะฮฺจะทำหน้าที่เคารพภักดีอัลลอฮฺตลอดเวลา ส่วนญินต่าง ก็สร้างความเสียหายบนโลกนี้ วันหนึ่งอัลลอฮฺประสงค์จะสร้างผู้แทนของพระองค์บนหน้าแผ่นดิน มลาอิกะฮฺได้ยินดังนั้นก็นึกถึงบรรดาญินที่ทำความเสียหายมากมายก็ถามอัลลอฮฺ ด้วยความไม่รู้ว่า ‘พระองค์จะทรงสร้างผู้ก่อความเสียหายขึ้นอีกหรือ ทั้งที่เราก็เคารพท่านตลอดเวลา’ อัลลอฮฺตอบไปว่า ‘ข้ารู้ในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้’ “ แชหยุดเว้นจังหวะสักครู่ พลางกวาดสายตาไปรอบๆ วันนี้มีเด็กๆ และผู้ใหญ่อีก 2-3 คนนั่งอยู่

“หลังจากอัลลอฮฺสร้างอาดัมจากดิน แล้วใส่วิญญาณเข้าไป อัลลอฮฺได้สั่งให้บรรดาผู้ที่อยู่ ณ ที่นั่นเคารพอาดัม แต่มีผู้หนึ่งฝ่าฝืน (ฮะซันกระซิบบอกเพื่อนข้างๆ ว่า อิบลิสๆ) ใช่แล้วล่ะฮะซัน อิบลีส ญินตนหนึ่งได้ฝ่าฝืนอัลลอฮฺเพราะทนงตัวว่าตนดีกว่า ตนถูกสร้างจากไฟ ย่อมเหนือกว่าดิน มันจึงถูกขับไล่ไปจากสวรรค์ ก่อนจากไปมันสัญญาว่าจะหลอกลวงอาดัมและลูกหลานตราบจนวันสิ้นโลก“

“อัลลอฮฺก็ให้นบีของเราอยู่ในสวรรค์กับคู่ครองของท่าน แต่แล้วอิบลีสก็กลับมาหลอกลวงอาดัมให้ท่านฝ่าฝืนอัลลอฮฺให้กินผลไม้ต้องห้าม ท่านจึงต้องออกจากสวรรค์ แต่เมื่อท่านทำผิดท่านก็สำนึกและขออภัยโทษทันที นี่คือลักษณะที่ต่างจากอิบลิสที่ทำผิดแต่ก็ทนงตนไม่สำนึก อัลลอฮฺก็ทรงยกโทษให้ท่าน และบอกท่านว่าอิบลีสและพรรคพวกของมันคือศัตรูของท่านและลูกหลานของท่านนั่น คือพวกเรา และหากมีทางนำมายังพวกเราก็ให้ยึดตามนั้น จะได้ไม่หลงทาง พวกเราลูกหลานของอาดัมจึงอยู่ในโลกดุนยานี้ไงล่ะ”

แชเห็นท่าทางเด็กๆ เริ่มหาว จึงรีบสรุปเรื่อง “ใครได้บทเรียนอะไรบ้าง” แชเอ่ยถามขึ้น

“นบีอาดัมเป็นมนุษย์คนแรก และเป็นพ่อของพวกเราคับ” ฮะซันพูดจบพร้อมกับหาวฟอดใหญ่

“ใช่แล้ว อัลลอฮฺสร้างเราขึ้นมาเป็นผู้แทนพระองค์บนหน้าแผ่นดินนี้ ไม่ใช่โดยไร้สาระ เรามีหน้าที่ที่จะต้องเชื่อฟังพระองค์” แชสรุป

“อิบลีสเป็นศัตรูของนบีอาดัมและพวกเราด้วย” เด็กผู้ชายวัยไล่เลี่ยกันพูดขึ้นมา

“เราต้องไม่ทำตามมันเพราะมันจะหลอกเราเหมือนหลอกนบีอาดัม” “เราต้องไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺ” “ไม่หยิ่งคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น ไม่เช่นนั้นเราก็ต้องอยู่ในนรกเหมือนอิบลีส” เด็กๆต่างแย่งกันตอบ แชยิ้มดีใจกับไหวพริบของเด็กๆ มีแต่มุมินที่นั่งเงียบไปตั้งแต่เมื่อสักครู่นี้

“มีอะไรหรือมุมิน” แชถามด้วยความเอ็นดู

“แช นบีอาดัมพ่อของเราออกมาจากสวรรค์ แล้วพวกเราจะได้กลับไปที่นั่นอีกมั้ยคับ” มุมินถามด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

ชายแก่พูดพลางลูบหัวมุมินหลานคนโปรด “สวรรค์ เคยเป็นบ้านของพ่อของเรา เป็นบ้านที่เราจากมา จากมาจากผู้ที่เรารักที่สุด เป็นธรรมดาที่เราจะรักและคิดถึงบ้านแห่งนี้ และหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับไปอยู่ที่นั่น ใช่มั้ยล่ะ” ผู้คนต่างพยักหน้าเบาๆ “แต่ เงื่อนไขมีอยู่ว่าเราต้องศรัทธาและทำความดี เพื่อให้เจ้าของบ้านเห็นว่าเรารักและภักดีพระองค์ และอยากจะกลับไปหาพระองค์จริงๆ และสักวันเราจะได้ไปอยู่ที่นั่นด้วยกันทุกคน หากอัลลอฮฺทรงเมตตา”

ชายแก่กล่าวทิ้งท้ายพลางคิดถึงลูกชายที่จากบ้านไปนาน เขาจะยังคิดถึงบ้านบนดุนยาและอาคิเราะฮฺของเขาบ้างหรือเปล่า

มุมินเองก็คิดถึงพ่อของเขา เขาอยากเจอพ่อมาก อยากให้พ่อจูงมือเขาไปมัสยิดทุกๆ วันเหมือนพ่อของเพื่อนคนอื่นๆ ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว

o ณ มุมหนึ่งของมัสยิด ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่เงียบๆ พลางทบทวนความผิดพลาดในอดีต เขานึกถึงคำพูดของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่พูดว่า ‘แล้วพวกเราจะได้กลับไปที่นั่นอีกมั้ยคับ’ “นั่น สินะ เราจะได้กลับบ้านของเรา บ้านในสวรรค์ที่เราจากมา บ้านที่เราจากผู้เป็นที่รักยิ่ง ผู้สร้างเรามา ผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง พร้อมกับคำสัญญาที่ว่าจะนำการงานดีดีกลับไปหา เป็นเพราะจากมาไกล หรือว่าเวลามันยาวนาน เราจึงหลงลืมบ้าน หลงลืมสัญญา” หน้า ผากของเขาสัมผัสพื้น ช่วงเวลาที่เขากับอัลลอฮฺอยู่ใกล้กันที่สุด เขาสำนึกและกลับเนื้อกลับตัวในทุกความผิดที่ผ่านมา เขาลุกขึ้นเดินออกจากมัสยิด วันนี้เขาตัดสินใจว่าจะกลับบ้าน

o บนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน ซุเบรเดินเท้ากลับไปยังบ้าน ไปหาภรรยาของเขา ไปรอมุมิน ลูกรักที่จะกลับมาจากมัสยิดพร้อมแชแก่ๆ พ่อของเขา เขาก้าวเดินอย่างช้าๆ ด้วยหัวใจที่มีความหวัง บนเส้นทางที่ดวงตะวันเริ่มฉายแสงยามเช้า แสงที่จะนำทางกลับบ้าน แสงแห่งอิสลามที่นำเขากลับไปยังบ้านที่เขาจากมา บ้านบนสวรรค์ของอัลลอฮฺ

ไร้ราก

พฤศจิกายน 1, 2009

ไม่รู้ใครเป็นเหมือนผมบ้าง

จริงๆ ผมเองก็รู้สึกแบบนี้มานานแล้ว แต่ไม่ค่อยแสดงอาการสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะไม่ค่อยคิดเรื่องนี้จริงจัง

ผมเป็นคนย้ายที่บ่อย ที่ละประมาณ 3-5 ปี เกิดสตูล ไปเรียนมัธยมอยู่หาดใหญ่ 6 ปี อยู่กทม. 5 ปี เคแอล, มาเลเซียอีก 3 ปี และตอนนี้เพิ่งมาปัตตานี ไม่รู้ว่าจะชั่วคราวหรือระยะยาว หรือจะย้ายไปที่อื่นอีก

การได้ไปอยู่ในที่ต่างๆ มีข้อดีอยู่ไม่ใช่น้อย ได้พบเจอสังคมใหม่ๆ มีมิตรสหายมากมาย เรียนรู้ประสบการณ์ในต่างที่ต่างแดน ถือเป็นกำไรของชีวิต

แต่กระนั้น ตะกอนบางอย่างก็สะสมอยู่ตรงก้นหัวใจเสมอๆ

หากเปรียบชีวิตดั่งต้นไม้ การขุดย้ายต้นไม้ไปปลูกที่อื่นๆ บ่อยๆ ตรงโน้นทีตรงนี้ที ก็อาจทำให้รากต้นไม้ต้นนั้นไม่แข็งแรง หยั่งรากได้ไม่ึลึกก็โดนถอน นานเข้าๆ ก็ทำให้ต้นไม้ไม่โตหรือมีโรคภัยได้

ชีวิตก็เช่นกัน ย้ายไปมาหลายๆ ที่ก็ทำให้กลายเป็นคนไร้รากไปได้ ด้วยความที่ไม่รู้ว่าที่ของตนคือที่ใดกันแน่

ผมว่า การที่หัวใจได้รับรู้ว่าที่ใดคือบ้าน ตรงไหนคือที่ของเรา ใครคือคนของเรา ญามาอะฮฺไหนคือญามาอะฮฺของเรา ผู้คนและสถานที่เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เรามีราก มีที่ทาง มีback up มีพวก มันทำให้การใช้ชีวิตของเราไม่เหงาและโดดเดี๋ยวเกินไปนัก เพราะอย่างน้อยๆ ก็อุ่นใจได้ว่า มีบ้านให้พักพิง และคนที่นั่นให้รัก และมีกลุ่มคนที่ช่วยเหลือเราเสมอๆ

ถามว่าผมไม่มีบ้านหรือ? มีครับ มีบ้าน มีบุพการีที่รักและห่วงใย แต่ที่ผมหาไม่เจอคือกลุ่มเพื่อนแท้ คนสนิท คู่ชีวิต

ผมมีมิตรสหายมากมาย แต่หาคนที่สนิทชิดใกล้แบบที่คุยได้ทุกเรื่อง ปรึกษาได้หมด ตักเตือนในความอดทนและความดีจริงๆ ไม่ได้ มันเป็นตะกอนที่สุมอยู่ในใจนานแล้ว จนตอนนี้รู้สึกว่ามันพอกเยอะเหลือเกิน

การเห็นกลุ่มคนที่รักกัน กลมเกลียว รู้ใจกัน ทำให้ผมอิจฉาและสงสารตัวเองทุกครั้งไป การหาคนรู้ใจ เพื่อนแท้สักคน ทำไมมักยากนักนะ

ให้ตายสิ นี่ไม่รู้จะพูดกับใคร จนถึงต้องมาบ่นให้คอมพิวเตอร์ฟังเลยเหรอเนี่ย

ท่าจะเป็นเอามาก

ตุลาคม 21, 2009

Sometime in you life, you may fall down and feel like impossible to get backup.

But it is not.

If you fail and you give up, do you think you can get backup.

No! You may try again n again.

You hv to find the strength to get backup.

And where does your strength come frm?

Exactly, frm your al-Mighty Allah. He is always there, seeing wht you will do to overcome da obstacles.

Ask Him for the strength and go on.

GET UP!

ปกหนังสือผู้หญิง

กันยายน 25, 2009

ขอเชิญคอมเม้น

http://ilmibook.wordpress.com/