หนังสือออกใหม่ กลางเดือนนี้
กุมภาพันธ์ 8, 2010
ปฏิญญา 31 ธันวาคม
ธันวาคม 31, 2009
ไหนๆ ก็จะหมดปีแล้ว
ขออัพบล็อกส่งท้ายปีกันหน่อย โดยการตั้งปฏิญญากับตัวเองในการทำอะไรบางสิ่งให้ได้ อินชาอัลลอฮฺ
1. จะท่องจำอัลกุรอานเดือนละ 1 หน้า ญุซอ อัมมา ให้ได้ภายในสามเดือน
ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แค่หนึ่งหน้าใช้เวลาตั้งเดือนนึง แต่ขอเริ่มที่เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ประมาณเวลา, ความสามารถ, อะไรหลายๆ อย่างแล้ว หนึ่งหน้าต่อเดือน ทำให้สม่ำเสมอ ก็จะจบเล่ม ญุซอ อัมมา ใครๆ ก็จำหมดแล้ว แต่ผมยังเหลืออีกหลายซูเราะฮฺที่ลืมไปเพราะไม่ได้ทบทวน อินชาอัลลอฮฺ จะจำให้หมดภายในสามเดือน
2. เรียนภาษาอาหรับด้วยตนเอง ให้จบเล่ม ภายใน 3 เดือน
เรื่องของเรื่องคือ ไปซื้อหนังสือ Arabic made easy มาเล่มนึง เ็ห็นมันนำเสนอน่าสนใจดี ก็คิดว่า เอาละว่ะ อยากไปเรียนภาษาอาหรับ ต้องฝึกด้วยตัวเองก่อน จะได้พอมีแบกกราวน์บ้าง 3 เดือน จะจบเล่มมั้ย ต้องลอง
3. ไปวิ่งให้ได้ อาทิตย์ละ 2 วัน
ซื้อรองเท้าวิ่งมา วิ่งไปได้แค่ 3 อาทิตย์ หลังจากนั้นฝนตก เลยหยุดวิ่งไปเลย
เอาละ จะกลับมาวิ่งอีกที
4. เขียนบทความ ปีละ 3 เรื่อง
เอาน้่อยๆ นี่แหละ
5. บันทึกรายรับรายจ่าย
อันนี้ยากโคดๆ
เอา 5 ข้อ พอ
เริ่มปีหน้าเลยละกัน
ชีวิตคนทำงาน
ธันวาคม 24, 2009
ดองบล็อกไว้นานกว่าทุกทีแหะคราวนี้
ร่ำๆ จะอัพหลายทีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำ
ตอนนี้เริ่มทำงานแล้วสองเดือนกว่าๆ วิถีชีวิตเปลี่ยนไปบ้าง
ความรับผิดชอบต่อตัวเองก็เพิ่มมากขึ้น รู้สึกว่าใช้เวลาคุ้มขึ้น เช่น เวลาเอาไปไร้สาระน้อยลง โดยหันมาทำสิ่งที่ “ต้อง” ทำ สิ่งที่อยากทำก็มีบ้าง แต่การที่เราโตขึ้นคือการที่เราสามารถทนทำในสิ่งที่ตนไม่ชอบได้มากขึ้น
ทำงานเป็นอาจารย์พิเศษ (คือไม่มีตำแหน่งประจำ) แต่สอนมากกว่าอาจารย์ประจำนั้น ก็สนุกไปอีกแบบ รู้สึกว่าเราต้องทำโน่นนี่ ทำชีวิตให้ยุ่งเข้าไว้ ปกติไม่ค่อยชอบงานอะไรที่มันเร่งๆ หรือสภาพที่กดดันมาก แต่ตอนนี้ขอเปลี่ยนมุมคิดว่า “เฮ้ย ลองดูสิ เราจะยุ่งได้ขนาดไหนกันเชียว” ก็ท้าทายไปอีกแบบ
ตอนนี้ก็พิมพ์หนังสือที่แปลไว้ ออกมาแล้วล็อตแรก เดือนเดียวก็กระจายหมด ถามวารวยรึยัง ปล่าวเลย เพราะตอบว่าตังค์ยังได้ไม่ครบ และที่ได้ก็ใช้เลี้ยงชีพประจำวันแทนเงินเดือนที่ค้างเบิกสองเดือนแล้ว
ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกจัดสรรเวลาให้หัวใจและจิตวิญญาณได้มีการขัดเกลาด้วยเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการทำงาน (ทั้งศาสนาและดุนยา) ที่มากมายและยุ่งๆ นั้น อาศัยหัวใจและจิตวิญญาณที่เข้มแข็งพอๆกับร่างกาย ร่างกายที่เหนื่อยล้าจะได้ไม่ทำให้หัวใจห่อเหี่ยว และหัวใจและวิญญาณที่เข้มแข็งก็จะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าของร่างกายได้ระดับหนึ่ง ^^
บ่นมากไปอีกแล้ว
ไปทำงานต่อเถอะ
organiser
พฤศจิกายน 16, 2009
เรื่องของเรื่อง ปกติผมจะจดสิ่งที่ต้องทำใส่กระดาษหรือสมุด แต่พอเวลาเปิดคอมขึ้นมาทำงานก็นึกได้ว่าไม่ได้นำเอากระดาษที่จดนั้นมาหรือ ไม่ก็จำไม่ได้ว่าวางไว้ที่ไหน
ก็เลยเอามาทำเป็น wallpaper ซะเลย จะได้ไม่ลืม แถมยังจัด โยกย้ายงาน เป็นสี่หมวดหมู่ง่ายๆ
ไฟล์ตัวแรก 4tasks เป็นไฟล์รูป ให้เราโหลดลงเครื่อง แล้วคลิ้กขวา set as desktop background
เราก็ได้แบกกราวน์อันใหม่ ที่มี สี่สี แบ่งออกเป็นงานที่สำคัญและรีบ งานสำคัญแต่ไม่รีบ งานไม่สำคัญแต่รีบ และงานไม่สำคัญและไม่รีบ
ไฟล์ตัวที่สอง stickies.exe ดับเบิ้ลคลิ้กที่ stickies.exe กด next ไปเรื่อยๆ จนเสร็จ
ก็จะมีเจ้ากระดาษเหลืองโผล่มาที่หน้าจอเราหนึ่งอัน
เราก็พิมพ์สิ่งที่ต้องการไป เช่น ทำทีสิสให้เสร็จได้แล้วเว้ย, ซื้อน้ำเต้าหู้ด้วย, ลดน้ำหนักได้แล้ว อ้วนแล้วนะ, จัดห้อง เป้นต้น
หากอันเดียวดูน้อยไปก็ลองดูที่มุมล่างขวาของหน้าจอ แถวที่บอกเวลาและวันที่อะ จะเห็นกระดาษสีเหลืองเล็กๆ อยู่
ดับเบิ้ลคลิ้กซ่ะ ก็จะมีกระดาษสีเหลืองโผล่ขึ้นมาอีกอัน
ดับเบิ้ลคลิ้ก สองที่ ก็โผล่สองอัน ดับเบิ้ลคลิ้ก สิบเอ็ดทีก็ ก็มีสิบเอ็ดอัน ดับเบิ้ลคลิก สองร้อยเจ็ดหกที ก็ได้สองร้อยเจ็ดสิบหกอัน
แล้วแต่ว่าใครมีงานเยอะแค่ไหน
เมื่อใส่งานไปหลายๆ อันครบตามต้องการแล้ว ก็จับมันแยกไปตามดีกรีความสำคัญและความรีบ
เช่น ทำทีสิสให้เสร็จได้แล้วเว้ย ก็นำไปใส่ สำคัญและรีบ ช่องแดง
ซื้อน้ำเต้าหู้ด้วย ก็นำไปใส่ ไม่สำคัญแต่รีบ ช่องเหลือง
แต่งงาน ก็นำไปใส่ สำคัญแต่ยังไม่รีบ ช่องเขียว ![]()
จัดห้อง ก็นำไปใส่ ไม่สำคัญและไม่รีบ ช่องฟ้า
ข้อความที่เราพิมพ์ เปลี่ยนฟ้อน เปลี่ยนสี ปรับขนาดได้ตามใจ ลองเล่นดูได้
คงไม่ยากเกินไป
แต่ถ้าเห็นว่า จดในกระดาษแปะข้างฝาห้องง่ายกว่า ก็ไม่ว่ากระไรครับ
ตัวอย่าง
Homesick
พฤศจิกายน 9, 2009
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากฝนที่ตกลงมาหนักมากแล้ว ตัวผมเองเป็นอะไรก็ไม่รู้
หัวใจห่อเหี่ยวมากมาย ทำอะไรไม่ได้เลย รู้สึกเศร้าเหงาหงอยตลอดเวลา
จนต้องตัดสินใจกลับบ้านให้ได้ซะเดี๋ยวนั้น
และเมื่อกลับบ้านก็รู้เลยว่า ที่ตัวเองเป็นคือโรคคิดถึงบ้านนี่เอง
…………..
ใครจะนึก ว่าหนุ่มวัย 26 ปี จะเกิดอาการ homesick ได้
ไม่ได้เป็นโรคนี้นานมากแล้ว นานขนาดที่ลืมไปว่า คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการเป็นอย่างไร
กลับบ้านไปคราวนี้ จึงรู้สึกมีความสุขมากกว่าครั้งไหนๆ
อาหารง่ายๆ อย่างไข่เจียวกับแกงปลา กลับเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในโลก
ค่ำคืนนั้นจึงรู้สึกดีใจมากมายที่เรามีบ้านให้กลับ มีคนที่เรารักรอเราอยู่เสมอ
หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมก็พูดคุยให้พ่อและแม่ฟัง ถึงเรื่องราวตลอดสองสัปดาห์ที่ตนได้ไปประสบพบเจออะไรมาบ้าง
บ่นๆ ให้ท่านทั้งสองฟัง บอกปัญหาที่พบเจอโน่นนี่ ท่านก็แนะนำตามประสบการณ์ที่เคยได้เจอมา
ไม่รู้พ่อแม่จะสังเกตมั้ยว่า คืนนั้นลูกชายพูดมากกว่าปกติ
กลับบ้านคราวนี้ ผมก็เลยรู้สึกรักบ้าน รักครอบครัว มากกว่าคราวไหนๆ
กลับมาทำงานคราวนี้ หัวใจเลยไม่หดหู่แล้ว



